The Western Europe – Western China อภิมหาโปรเจค!! เส้นทางยุโรปสู่เอเชีย

สาธารณรัฐคาซัคสถาน (คาซัค)  เป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก มีพื้นที่ครอบคลุมกว้างขวางในทวีปเอเชีย และเป็นสาธารณรัฐในอดีตสหภาพโซเวียต มีพรมแดนติดกับประเทศรัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศในเอเชียกลางและเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจของรัสเซีย คาซัคสถานได้รับการกล่าวถึงจากนานาชาติค่อนข้างดี ในแง่ของความพยายามและผลของการพัฒนาประเทศ แต่คู่ค้าหลักของคาซัคสถานคือรัสเซีย จึงทำให้คาซัคสถานได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามน้ำมันและแก๊สธรรมชาติยังคงเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศ โดยในปี พ.ศ. 2558 คาซัคสถานถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม 1 ใน 10 ของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันของโลกอีกด้วย

คาซัคสถานยังคงไม่หยุดพัฒนาและปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบทางหลวงที่มีความสำคัญที่เชื่อมระหว่างประเทศ; หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นการบูรณาการระบบขนส่งทางถนนที่เชื่อมทวีปยุโรปและเอเซีย ที่สามารถเข้าถึงเมืองใหญ่ในทวีปเอเชียและเป็น “Transport Hub” ที่ใหญ่ที่สุดด้วย ถนนสายนี้มีชื่อเรียกว่า “Western Europe-Western China” (a transcontinental road corridor “Western Europe-Western China” หรือ WE-WC) ซึ่งอภิมหาโปรเจคนี้เป็นความร่วมมือและมีการลงนามระหว่างรัฐบาลรัสเซีย จีน และสหภาพยุโรป

เส้นทางของ WE-WC เป็นระยะทางยาวกว่า 8,445 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก – มอสโก (Moscow) –นิจนีนอฟโกรอด (Nizhny Novgorod) – คาซาน (Kazan) – โอเรนบุร์ก (Orenburg) – อักเตอเบ (Aktobe) – คืยซิลออร์ดา(Kyzylorda) – ชิมเคนต์ (Shymkent) – ตารัซ(Taraz) – Korday – อัลมาตี (Almaty) – Khorgos –ไปจนถึงเมืองในสาธารณรัฐประชาชนจีน เช่น อุรุมชี (Urumqi)  เลียนอุนกัง (Lianyungang) เป็นต้น ซึ่งกว่า 2,233 กิโลเมตรจะอยู่ในพื้นที่ของประเทศรัสเซีย 2,787 กิโลเมตรในพื้นที่ของคาซัคสถาน ละ 3,425 กิโลเมตรในประเทศจีน

ข้อดีของโครงการนี้เมื่อเทียบกับทางเลือกในเส้นทางเดิมที่มีอยู่อย่างเช่น การเดินทางทางทะเลผ่านคลองสุเอซใช้เวลาถึง 45 วัน ในขณะที่ทางรถไฟ Transsiberian ใช้เวลา 14 วัน ส่วนเส้นทางของ WE-WC จากท่าเรือเลียนอุนกัง (บนทะเลเหลืองของจีน) จนถึงเขตพรมแดนของรัฐยุโรปใช้เวลาเดินทางเพียง 10 วัน ซึ่งโครงการดังกล่าวจะให้บริการขนส่งในสามทิศทาง หลักของจีน คาซัคสถาน , จีน – เอเชียกลาง , จีน – คาซัคสถาน – รัสเซีย – ยุโรปตะวันตก ซึ่งนั่นจะทำให้ คาซัคสถานกลายเป็นหัวใจของเส้นทางโลจิสติกส์ของทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย (The Logistics Heart of Eurasia) และกลายเป็นสะพานเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างยุโรป เอเชียแปซิฟิก และเขตเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียใต้ นั่นเอง

อภิมหาโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และการเมืองที่เชื่อมโยงกว่า 65 ประเทศทั่วยุโรปและเอเชีย ครอบคลุมกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลก  40%ของ GDP  และ 75%ของแหล่งพลังงานในโลกนี้ ไม่ต้องพูดถึงมูลค่าของโครงการนี้ที่มีสถาบันการเงินทั่วโลกร่วมทุนมากมาย แต่รายใหญ่ที่สุดคงหนีไม่พ้น World Bank ที่ลงทุนกว่า 2,125 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้โครงการนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นโครงการร่วมทุนที่แพงที่สุดในโลกเลยทีเดียว ในส่วนของการก่อสร้างได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งถูกประเมิณเบื้องต้นว่าจะแล้วเสร็จในปี 2014 แต่จากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น การประท้วงจากแรงงาน กรณีพิพาทเรื่องที่ดิน การโกงในค่าใช้จ่ายของโครงการ ตลอดจนเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างรุนแรงในรัสเซียและคาซัคสถาน ทำให้กำหนดการถูกเลื่อนมาจนถึงปี 2020

ปัจจุบัน ประเทศจีนทำการค้าทางทะเลกับยุโรปเป็นมูลค่ากว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากความต้องการสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ระดับพรีเมี่ยมและสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มที่จีนกำลังผลิตอยู่นั่นเพิ่มมากขึ้นในยุโรป ในขณะที่ความต้องการสินค้าทางการเกษตรและสินค้าหรูหราจากยุโรปเพิ่มมากขึ้นในประเทศจีน การขนส่งอย่างรวดเร็วจึงเป็นทางออกสำหรับการค้าดังกล่าว  หากเส้นทาง WE-WC ก่อสร้างสำเร็จลง สินค้ามากมายจากจีนและยุโรปจะสามารถทำการขนส่งได้ภายใน 10 วัน (หรือเพียง 5-7 วันจาก อัลมาตี (เมืองที่ใหญ่ที่สุดในคาซัคสถาน) ถึง วอร์ซอ (เมืองหลวงของโปแลนด์)) ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้เวลา 30-50 วันทางทะเลและ 12-15 วันทางรถไฟเลยทีเดียว

ความเป็นไปได้ในประโยชน์ทางเศรษฐกิจของโครงการนี้ถูกประเมิณไว้มากมาย เนื่องจากคาซัคสถานเป็นประเทศปิดที่ไม่มีทางออกทางทะเล ที่มีพื้นที่มากกว่า 11 เท่าของสหราชอาณาจักรแต่มีประชากรทั้งประเทศเพียง 17 ล้านคน ระยะทางระหว่างเมืองจึงมากแต่ประชากรน้อยนิดในแต่ละเมือง เส้นทาง WE-WC แน่นอนว่าสามารถปิดช่องว่างและทำให้แต่ละเมืองสามารถเชือมโยงถึงกันได้มากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานจะถูกพัฒนาและเศรษฐกิจการค้าระหว่างเมืองต่างๆจะดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ World bank คาดการณ์ไว้ว่าการขนส่งของคาซัคสถานจะถูกพัฒนาสำหรับประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศอย่างแน่นอน  นอกจากนี้ คาซัคสถานคาดการณ์ไว้ว่าในแต่ละปีจะมีสินค้ากว่า 30 ล้านตันที่สามารถขนส่งผ่านเส้นทางนี้ไปยังประเทศต่างๆ ซึ่งคิดเป็นรายได้มูลค่ากว่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2020

อย่างไรก็ตาม คาซัคสถานตั้งเป้าที่จะเป็นเสาหลักของทวีปยุโรปและเอเซีย ที่ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างตะวันออกและตะวันตก ที่ซึ่งโครงการ WE-WC นี้เป็นผลสะท้อนในการเตรียมรับมือและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่ไม่หวังพึ่งเพียงราคาน้ำมัน/แก๊สธรรมชาติซึ่งเป็นสินค้าทำรายได้หลักให้ประเทศเท่านั้น เพราะกว่า 14 พันล้านเหรียญสหรัฐที่คาซัคสถานจัดสรรสำหรับโครงการนี้จะถูกนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโลจิสติกส์ในประเทศที่ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อประเทศต่างๆและทำให้การค้าระหว่างประเทศเฟื่องฟูขึ้นได้ในอนาคต คงต่อรอดูกันเมื่อถึงปี 2020 ว่าความฝันในการเชิ่อมทะเลเหลืองและทะเลบอลติกนี้จะเป็นจริงได้หรือไม่ คงมีโอกาสทางธุรกิจจากทั่วโลกอีกมากมายรออยู่อย่างแน่นอน

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  forbes.com, worldbank.org, kazlogistics.kz, slideshare.net/RobMactier, nineoclock.ro

Share this post