The Grand Canal : สิ่งก่อสร้างจากมนุษย์ที่พลิกโฉมโลจิสติกส์จากอดีตจนปัจจุบัน

จากบทความที่แล้วที่ได้นำเสนอ “การขนส่งทางน้ำ : ความลับของประตูเศรษฐกิจ เมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว” ต่อเนื่องกันมา เราจะมาค้นหาความลับของ “Grand Canal” ต้นกำเนินของการขนส่งทางน้ำจากฝีมือมนุษย์ที่สร้างขึ้น เพื่อส่งต่อความรุ่งเรืองทางธุรกิจมาจนถึงปัจจุบัน  

“Grand Canal” หรือที่รู้จักกันในนาม “Beijing-Hangzhou Grand Canal”เป็นคลองหรือแม่น้ำเทียมที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ยาวที่สุดในโลก; เป็นการสร้างจากพื้นดินที่ว่างเปล่าที่ไม่มีทางน้ำไหลผ่าน หรือ บางพื้นที่มีทางน้ำไหลผ่านแต่ไม่ได้บรรจบกับแม่น้ำ/ทะเลใดๆ; เป็นหนึ่งในมรดกโลก (UNESCO World Heritage Site) และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจีน โดยเส้นทางน้ำไหลเริ่มต้นจากกรุงปักกิ่ง (Beijing) ผ่านเทียนจิน(Tianjin) และจังหวัดเหอเป่ย์ (Hebei) มณฑลซานตง (Shandong) มณฑลเจียงซู (Jiangsu) และ เจ้อเจียง (Zhejiang) เมืองหางโจว (Hangzhou) โดยเชื่อมต่อไปกับแม่น้ำเหลือง (Yellow River) และ แม่น้ำแยงซีเกียง (Yangtze River) อีกด้วย การสร้างคลองนี้ทำให้เศรษฐกิจของจีนเติบโตขึ้นอย่างมากในยุคนั้นและสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้ และโครงสร้างของมันได้รับการยอมรับจากวิศวกรและนักประวัติศาสตร์หลายคนว่าได้ก้าวข้ามสถาปัตยกรรมของคลองสุเอซและคลองปานามา (Suez and Panama Canal) ไปไกลทีเดียว ส่วนที่สูงที่สุดของคลองจะอยู่ที่เทือกเขาในมณฑลซานตง (The Shandong Mountain) ที่ 42 เมตร (138 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเลแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อเรือที่สัญจรไปมาเนื่องจากระบบประตูสองชั้น (double gate) หรือปอนด์ล็อค (Pound lock) ที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญของมนุษย์ที่ทำให้เรือสามารถรอจนกว่าน้ำจะอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้วจึงแล่นผ่านต่อไปได้อย่างราบรื่น

คลองที่ถูกสร้างมาอย่างดีจะถูกใช้ประโยชน์ทั้งทางเศรษฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ในการทำกลยุทธ์ช่วงสงคราม (เป็นทั้งกำแพงกั้นและทางน้ำไหลท่วมกองทัพศัตรู) Grand Canal นี้อำนวยความสะดวกในการค้าขายซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซุย (Sui Dynasty) จนถึงปัจจุบัน  แต่ละส่วนของคลองจะถูกสร้างขึ้นอย่างแตกต่างกันตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์และราชวงศ์ที่ปกครองในยุคต่างๆก่อนที่ทั้งหมดจะถูกเชื่อมโยงกันเป็นสายเดียว ตัวอย่างเช่น ในสมัยลั่วหยาง (Luoyang) เมื่อจักรพรรดิ Yangdi ของราชวงศ์ซุยได้ย้ายเมืองหลวงมาที่ลั่วหยาง ด้วยวิสัยทัศน์และการมองการไกลทางด้านโลจิสติกส์ทำให้มีโครงการก่อสร้างอันยิ่งใหญ่หลายโครงการที่ทุ่มทั้งกำลังคนและเงินมากมาย แต่ครึ่งหนึ่งของแรงงานทีเป็นชาวนา (3,000,000 คน) ได้เสียชีวิตจากการทำงานหนักและความหิวโหยก่อนที่โครงการจะเสร็จสิ้นซึ่งลากยาวไปถึง 6 ปี และนี่คือสาเหตุส่วนหนึ่งที่ราชวงศ์ซุยได้ล่มสลายในที่สุด เป็นต้น

Grand Canal เป็นสิ่งก่อสร้างหลักด้านโลจิสติกส์ในอดีตและเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างระบบแม่น้ำหลายสายในหลายทิศทางและได้เปลี่ยนให้เส้นทางที่น้ำไหลผ่านเหล่านั้นกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่สำหรับการอยู่อาศัยดำรงชีพของผู้คนมากมาย จากการลำเลียงอาหาร ข้าวของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคต่างๆจากทางใต้สู่ทางเหนือ อีกทั้ง ยังทำให้เกิดการพัฒนาการบริหารประชากร เศรษฐกิจและการผสมผสานทางเชื้อชาติ/วัฒนธรรมที่เข้มแข็งระหว่างจีนตอนเหนือและจีนตอนใต้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีบริการล่องเรือในคลองอันเก่าแก่นี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมภูมิทัศน์/สัมผัสพื้นที่กลิ่นอายทางประวัติศาสตร์แบบพาโนรามา เช่น ทางตอนใต้ของจีนที่สองฝั่งแม่น้ำมีทั้งอาคารบ้านเรือนโบราน สะพานหินจากการออกแบบแบบดั้งเดิม ฯลฯ 

Grand Canal จึงถือเป็นสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ที่งดงามและพร้อมด้วยอรรถประโยชน์มากมายทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับสัญลักษณ์ของชาติอย่าง “กำแพงเมืองจีน” และยิ่งใหญ่ไม่แพ้ 7 สิ่งมหัศจรรย์ชองโลก อย่าง ชีเชนอิตซา (Chichen Itza) , พระเยซูคริสต์ (Christ the Redeemer) , มาชูปิกชู (Machu Picchu) , เปตรา (Petra) , ทัชมาฮาล (Taj Mahal)  และ โคลีเซียม (Colossem) อีกด้วย ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนในอนาคต ที่มนุษย์จะสามารถสร้างสถาปัตยกรรม/นวัตกรรมที่พลิกโฉมวิถีแห่งโลจิสติกส์อันยิ่งใหญ่ได้เหมือนการขุดคลองที่ดูเหมือนจะเป็น concept ที่แสนจะธรรมดา แต่ผลประโยชน์มหาศาลแบบนี้ได้อีก

เรียบเรียงโดย    BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพ wikipedia.org, travelchinaguide.com

Share this post