Logistics Trends and Key Business Challenges

  อุตสาหกรรมการขนส่งกำลังเป็นที่จับตามองจากผลกระทบของปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น จนบางประเทศต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของการคมนาคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาและบางประเทศที่กำลังพัฒนา  ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ผ่านมาจึงทำให้ธุรกิจขนส่งถูกบังคับให้ลดต้นทุนในการดำเนินงาน โดยการปรับปรุงการกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้   เพราะต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์เป็นส่วนหนี่งที่สำคัญในต้นทุนสินค้า และการลดต้นทุนในการผลิตนั้นทำได้ยากกว่า การผลิตที่เคยอาศัยการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งกำเนิดในหลายประเทศ จะถูกจำกัดลงและโมเดลการขนส่งจะเปลี่ยนไปเพื่อลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ ผู้ผลิตต่างพยายามหลีกเลี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้น การละเมิดลิขสิทธิ์ในการผลิตที่ทำให้สินค้าไม่มีความแตกต่างในตลาด และปัญหาทางด้านคุณภาพของสินค้าจากการผลิตในต่างประเทศ  ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมจึงหันกลับมาให้ความสำคัญกับการตลาดในประเทศของตนเอง ปัจจัยทางเศรษฐกิจดังกล่าวจึงส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์จากความเปลี่ยนแปลงของความต้องการของลูกค้า และส่งผลให้แนวโน้มของอุตสาหกรรมเปลี่ยนไป กล่าวคือ ลูกค้าต้องการการจัดส่งที่ครอบคลุมหลายพื้นที่และได้รับการบริการแบบครบวงจรโดยผู้ให้บริการฯรายเดียว  (Bundled Service) โดยลูกค้าอยากให้สินค้าส่งตรงเวลาและต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย ลูกค้าต้องการที่จะขายสินค้าให้กับลูกค้าปลายทางได้มากขึ้น เพื่อรักษา/เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ผู้ให้บริการฯจึงต้องรับมือกับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าปลายทางและห่วงโซอุปทานที่ซับซ้อนขึ้น

   ในขณะเดียวกันการที่อุตสาหกรรมพยายามตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าปลายทางเพื่อกระตุ้นยอดขาย ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแผนงานในการผลิตและการขายสินค้าอยู่ตลอดเวลา   ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์จึงได้รับผลกระทบโดยตรง กล่าวคือ ความยากในการวางแผนและจัดเตรียมทรัพยากรในการให้บริการ เช่น รถขนส่ง แรงงานและอุปกรณ์ขนถ่าย เป็นต้น เพราะหากจัดหาทรัพยากรมากเกินกว่าความต้องการของลูกค้าจะทำให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์สูงขึ้น (อัตราการใช้ประโยชน์ทรัพยากรต่ำ) ความพยายามสร้างความร่วมมือ/พันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ทรัพยากรในการให้บริการ แต่การสร้างความร่วมมือ/พันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างประสบความสำเร็จนั้น แต่ละฝ่ายต้องประนีประนอมผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะตามมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าเผื่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ

   ดังนั้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถขายสินค้าได้มากขึ้นด้วยต้นทุนที่เหมาะสม ในขณะที่ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์สามารถจัดเตรียมทรัพยากรในการให้บริการได้อย่างเพียงพอ ปัจจัยที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้จึงประกอบด้วย การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพความคล่องตัวและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ เพื่อรองรับความต้องการลูกค้า/ความท้าทายทางธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต ความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินงานของผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ และความร่วมมือกันผู้ให้บริการฯในการปรับปรุงต้นทุนและการบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่จากภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนว่าได้ก้าวนำความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจไปแล้ว หรืออาจกล่าวได้ว่า ระบบสารสนเทศในปัจจุบันไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจในอนาคตได้ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่แต่ละธุรกิจต้องเตรียมรับมือในปัจจุบัน  

     โดยสรุปแล้ว ปัจจัยทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น “การลดด้นทุน (Cost Reduction)” “ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Operational Efficiency)”  “การปรับปรุงการให้บริการ (Service Improvement)” และ “การเติบโตทางธุรกิจ (Business Growth)”  ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนส่งโดยตรงผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ จึงต้องวางแผนและปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินธุรกิจอยู่เสมอ ปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการจัดกระบวนการดำเนินงานต่างๆให้เป็นมาตรฐานและนำระบบสารสนเทศมาประยุกต์ใช้เป็นแบบอัตโนมัติมากขึ้น การปรับปรุงการให้บริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น มี visibility system ที่สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ตลอดจนการหาพันธมิตร/คู่ค้าทางธุรกิจที่แชร์ทรัพยากรร่วมกันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ รองรับการเติบโตทางธุรกิจไปยังตลาดสากลในอนาคตด้วย

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงจาก  Oracle  

Share this post