Journey-D การท่องเที่ยว ที่มากกว่านั้น

           หากพูดถึงกิจกรรม CSR ผมเชื่อว่า ภาพที่ทุก ๆ คนมักเห็นก็คือ แต่การบริจาค การแจกของเด็กด้อยโอกาส การเลี้ยงอาหาร การสนับสนุนทุนการศึกษา หรือ การสร้างโน่นสร้างนี่ ซึ่งใช่ครับ แบบนั้นเค้าก็เรียกว่าการทำ CSR แต่จริง ๆ แล้ว การทำ CSR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นั้น

            คุณรู้หรือไม่ครับว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยปี 2562 นั้น มีมากกว่า 38 ล้านคน ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่า เมื่อมีคนเข้ามามาก ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาได้มากขี้น ซึ่งปัญหาอันดับหนึ่ง ที่เกิดจากการท่องเที่ยว คือเรื่องของขยะ หรือ การทำลายระบบนิเวศน์ของสถานที่ ซึ่งผลที่ตามมา ไม่ได้มีแค่ความสกปรกเท่านั้น แต่ในระยะยาว สถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ จะไม่มีใครอยากไปเที่ยวอีก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ที่จะขาดรายได้ และ ภาพลักษณ์ประเทศ

            ในฐานะที่ Air Asia ทำธุรกิจสายการบิน ที่เป็นตัวกลางในการพานักท่องเที่ยวเข้ามา และมี Market Share อันดับหนึ่ง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ พานักท่องเที่ยวเข้ามามากที่สุด มองเห็นถึงปัญหานี้ รู้เลยว่าปล่อยไปไม่ได้อยากให้ทุกคนลองคิดภาพตาม ถ้าพานักท่องเที่ยวเข้ามา แล้วเที่ยวแบบไม่สร้างสรรค์ ก็จะทำให้สถานที่ท่องเที่ยวนั้นไม่มีใครอยากไปเที่ยว พอไม่มีใครอยากเที่ยวที่หนึ่ง ก็เปลี่ยนที่ แล้วก็ไปทำลายที่อื่น ๆ ต่อ สุดท้ายแล้ว การท่องเที่ยวก็จะลดน้อยลง เพราะประเทศเราไม่ได้น่าเที่ยวอีกต่อไป ไปไม่มีคนมาเที่ยว สายการบินก็ไม่มีรายได้ อ้าวววว …. จะทำยังไงดีละครับทีนี้

            อย่าที่กล่าวไปข้างต้นครับ การทำ CSR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแจกของ หรือ การบริจาค แต่สามารถนำมาพลิกแพลงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ รวมถึงยังพัฒนาชุมชนไปในตัว Air Asia จึงได้ทำโครงการ Journey-D หรือ Journey of Development เพื่อเป็นโครงการท่องเที่ยว ที่ทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อส่งเสริม และ พัฒนาการท่องเที่ยววิถีชุมชน ให้มีรายได้ และ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมเป็นอีกทางเลือกการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการสัมผัส และ เรียนรู้วิถีชีวิตภูมิปัญญาท้องถิ่น

            ซึ่งนักท่องเที่ยว จะได้ประสบการณ์ที่ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน เพราะตนเองจะเป็นเสมือนชาวบ้านคนหนึ่ง ที่ได้ไปใช้ชีวิตร่วมกันกับคนในชุมชน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การทำอาหารประจำถื่น การเดินป่า ย้อมผ้า และ อื่น ๆ  เรียกได้ว่าสัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชนแบบจัดเต็ม

            โดยชุมชนที่ทาง Air Asia คัดเลือกมาเป็น 4 ชุมชนแรกของโครงการ คือ

       1. ชุมชนผาหมี จ.เชียงราย ที่ลูกค้าจะได้ทำกิจกรรม ลิ้มลองอาหาร และ กาแฟของชาวอาข่า รวมถึงทำกาแฟเอง

       2. ชุมชนบ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ลูกค้าจะได้ทำกิจกรรมทอเสื่อ ทอฝ้าย ย้อมผ้า

       3. ชุมชนเกาะกลาง จ.กระบี่ ที่ลูกค้าจะได้ทำผ้ามัดย้อม ออกแบบโปสการ์ดด้วยสีที่ทำจากดอกไม้ใบไม้

       4. ชุมชนบ้านพรหมโลก จ.นครศรีธรรมราช ที่ลูกค้าจะได้ทำกิจกรรม ศึกษาธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เล่นนํ้าคลายร้อนที่น้ำตกพรหมโลก และ เพาะเห็ด

       ถือเป็นการท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์ สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจได้ และออกจากกรอบการทำ CSR แบบเดิม ๆ แต่พลิกแพลงมาเป็นโอกาสในการหารายได้ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาชุมชนได้อย่างกลมกลืน หากใครสนใจเข้าร่วมโครงการ Journey-D สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://journey-d.com/

เขียน และ เรียบเรียงโดย : Blog.SCGLogistics

อ้างอิงรูปภาพและบทความจาก : journey-d.com, creativecitizen.com

Share this post