“In-home Delivery” บริการส่งสินค้าถึงตู้เย็นตอนคุณไม่อยู่บ้าน

เคยมั๊ย? ที่ต้องคอยอยู่บ้านเพื่อรอรับสินค้าที่สั่งซื้อจากร้านค้าออนไลน์ หรืออยากซื้อแต่สั่งไม่ได้เพราะไม่มีคนอยู่ที่บ้านเพื่อรับสินค้า?  ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นกับนักช๊อปปิ้งออนไลน์ทั่วโลก และเป็นปัญหาที่ทำให้ร้านค้าออนไลน์ทั่วไปไม่สามารถขยายการเติบโตทางธุรกิจได้ เพราะสุดท้ายแล้ว ลูกค้าก็ยังเลือกที่จะเดินทางไปซื้อสินค้าที่ร้านค้าในเวลาที่พวกเขาว่างและสะดวกที่จะไปรับสินค้าแทน ถึงแม้ว่าร้านค้าออนไลน์จะมี promotion ที่ดีกว่า/ถูกกว่า แต่ก็ถูกทำให้เป็นตัวเลือกรองลงมาจากปัญหาที่แสนจะเบสิกดังกล่าว ในประเทศสวีเดนจึงเกิดบริการส่งสินค้าแบบใหม่ขึ้น โดยเฉพาะ “ของสด หรือ สินค้าประเภท Grocery” สามารถถูกส่งไปยังตู้เก็บของในครัว หรือแม้แต่ตู้เย็นในบ้านของลูกค้า  แม้ว่าลูกค้าจะไม่อยู่บ้านก็ตาม! ใช่ คุณฟังไม่ผิดหรอก! เราจัดส่งให้ถึงที่จริงๆ

PostNord AB บริษัทส่งสินค้าสัญชาติสแกนดิเนเวีย และ ICA AB กลุ่มผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นผู้ริเริ่มและกำลังทดสอบบริการใหม่ที่ว่านี้กับ 20 ครัวเรือนในกรุงสต๊อกโฮม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน ภายใต้คำสัญญาว่า “พนักงานส่งสินค้าจะถอดรองเท้า และจัดสินค้าที่สั่งออนไลน์ แม้กระทั่งตอนที่ลูกค้าไม่อยู่บ้าน” 

และแน่นอน…ถ้าจะเข้าถึงบ้านลูกค้าอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ เรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สินจะเป็นสิ่งที่แรกที่ผุดขึ้นมา ซึ่งบริการนี้มีคำตอบ … บริการส่งสินค้าถึงห้องครัวจะพ่วงมากับ “ล็อคประตูที่ติดเพิ่มเติมแบบใหม่” ผลิดโดยบริษัท startup Glue AB (สัญชาติสวีเดนอีกเช่นกัน) ลูกค้าจะต้องติดตั้งล็อคดังกล่าวบนประตู ในขณะที่พนักงานส่งสินค้า จะสามารถเปิดประตูนั้นได้ด้วยสมาร์ทโฟนเท่านั้น ซึ่งที่ล็อคประตูจะมีตัวเลือกให้ลูกค้าตัดสินใจว่าจะให้พนักงานส่งสินค้าเข้าบ้านได้หรือไม่ (แม้ลูกค้าจะอยู่นอกบ้านก็ตาม)การทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่น่าปวดหัวซึ่งเป็นปัญหาหลักของร้านค้าปลีกและบริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่ต้องเผชิญกับลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลาย ร้านค้า/บริษัทฯจะไม่ต้องจัดการกับตารางลูกค้าที่ไม่เต็มใจจะรอสินค้าที่บ้าน แม้ว่าผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ได้พยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสะสมแต้มการซื้อ หรือ การใช้ล็อคเกอร์ในการส่งสินค้า แต่วิธีเหล่านี้ไม่เหมาะกับการขนส่งอาหารสด และท้ายที่สุดลูกค้ากลับไปซื้อสินค้าด้วยตัวเองอยู่ดี แต่ด้วยบริการนี้ PostNord สามารถจัดการกับรอบการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและยังสามารถลดต้นทุนได้อีกด้วยKiku Mlosch  ชาวเยอรมันวัย 29 ปี; product manager; ที่อาศัยอยู่ในสต็อกโฮม เป็นหนึ่งในผู้ช่วยทดสอบระบบการส่งสินค้าแชร์ประสบการณ์การใช้บริการดังกล่าวว่า “เธอพอใจที่จะไม่ต้องรอสินค้าเองที่บ้านและไม่ได้กังวลมากเกี่ยวกับระบบความปลอดภัย เพราะคงไม่ได้วางแหวนเพชรทิ้งไว้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆรวมถึงพนักงานทำความสะอาดก็เข้าบ้านเธอตอนเธอไม่อยู่ และดูเหมือนว่าจะสามารถควบคุมความเสี่ยงได้”  นอกจากนี้ ผู้เชียวชาญด้านโลจิสติกส์จาก Massachusetts Institute of Technology ยังแสดงความเห็นว่า โปรเจคนี้มีประสิทธิภาพที่จะใช้งานได้จริงและสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วมากกว่าการขนส่งด้วยโดรนซึ่งเป็นไอเดียแห่งอนาคตอีกด้วย

การขนส่งแบบ In-home, in-absentia ช่วยบริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์สามารถรองรับธุรกรรมการขายสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ โดยบริษัทวิจัย digital marketing อย่าง eMarketer ระบุว่า ในปี 2016 จะมีการค้าขายปลีกบนอินเตอร์เน็ตประมาณ 8.6% ของการค้าปลีกรวมทั่วโลก คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลล่าสหรัฐ เพิ่มขึ้น 23% จากปี 2015 และจากผลสำรวจของนักช็อปออนไลน์ในสหรัฐอเมริกากว่า 1,000 คน แสดงให้เห็นว่า กว่าครึ่งหนึ่งมีปัญหาในการรับสินค้าจากร้านค้า ซึ่งผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์มีต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการเก็บ/ดูแลสินค้าของนักช๊อปออนไลน์ (Australia Post ได้เรียกเก็บค่าดูแลสินค้าเพิ่มขึ้นถึง 9 เหรียญดอลล่าร์ออสเตรเลียเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา) ในขณะที่การขนส่งดังกล่าวยังอยู่ในขั้นของการทดลองจึงยังไม่มีการเก็บค่าบริการเพิ่มจากลูกค้าผู้ซื้อสินค้าแต่ในอนาคตจะเรียกเก็บอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Volvo ในประเทศสวีเดนกำลังทดสอบการขนส่งสินค้าไปยังท้ายรถ Volvo ของลูกค้าที่เชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อความสะดวกของลูกค้าเช่นกัน แต่ PostNord มองว่าไม่ใช่ทุกคนที่มีรถยนต์ Volvo แต่ทุกคนมีประตูบ้านอย่างแน่นอน หากโมเดลการขนส่งสินค้า Grocery นี้เป็นจริงได้ โอกาสทางธุรกิจของผู้ให้บริการโลจิสติกส์คงมีมากมายมหาศาลอย่างแน่นอนด้วยราคา 277 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ, Glue smart lock เป็นมอเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่จะถูกติดตั้งเหนือล็อคด้านในของประตู ผู้ใช้งานสามารถพกที่เปิดไปได้ทุกที่และสามารถจำกัดเวลาในการเข้าบ้านของบุคคลภายนอก ครอบครัว หรือคนส่งสินค้าผ่านทางแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ในขณะเดียวกันสามารถรู้ตำแหน่งของที่ล็อคผ่านทาง built-in เซนเซอร์ได้ ซึ่งยังคงมีประเด็นที่ต้องพัฒนาระบบในเรื่องจำนวนคนที่จะสามารถเข้าถึงบ้านผ่านทาง smart lock ดังกล่าวอีกด้วย และเช่นเดียวกับในสวีเดน August Home Inc.ของสหรัฐอเมริกาก็กำลังทดสอบระบบการใช้รหัสแบบครั้งเดียวในการเปิดประตูเช่นกัน (one-time-use digital-access codes)

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics
อ้างอิงและรูปภาพจาก wsj.com, pixabay.com (account: Unsplash), telegraph.co.uk

Share this post