HopSkipDrive . . . แท๊กซี่ใหม่หัวใจวัยรุ่น !!

เมื่อเทคโนโลยีอย่าง “Internet of Thing (IOT)” ทำให้เราสามารถดำเนินธุรกิจออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในห่วงโซ่อุปทานให้ทำงานประสานกัน ติดตามสถานะของธุรกรรมแบบ Real-timeได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ Business model ใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย เช่น Uber Taxi (ดิจิตอลแพลตฟอร์มที่ทำให้ “Demand” กับ “Supply” มาเจอกันอย่างลงตัว ปลอดภัยและตรวจสอบได้) ซึ่งกำลังไปได้ดีในทุกวันนี้ และยังมีธุรกิจแนว Startup อีกมากมายที่ปรับตัวตามยุคดิจิตตอล เช่นเดียวกับธุรกิจที่กำลังจะกล่าวถึงในบทความ   

“HopSkipDrive” ธุรกิจ Startup ที่ต่อยอดมาจาก Business Model ของ Uber Taxi, หรือจะพูดง่ายๆก็คือ “แท็กซี่สำหรับเด็ก” (Uber Taxi for kids) ลองจินตนาการถึงครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่ต่างพยายามทำงานหนักเพื่อหาเงินให้เพียงพอที่จะใช้จ่ายในครอบครัว ลูกสองคนอายุ 9 ขวบและ 11 ขวบต่างต้องไปเรียนพิเศษหรือมีกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะ/ความรู้ในด้านต่างๆ แต่แล้ววันหนึ่ง ทั้งพ่อและแม่ที่มีงานประจำไม่สามารถลางานเพื่อไปรับ-ส่งลูกทั้งสองคนได้ และยิ่งกังวลใจมากหากปล่อยให้ลูกทั้งสองใช้บริการขนส่งสาธารณะกันเพียงลำพัง และนั่นคือ “Pain Point” ที่เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ “HopSkipDrive” ดังกล่าว

HopSkipDrive หรือ บริการแท๊กซี่สำหรับเด็ก (อายุระหว่าง 7 – 17 ปี) เริ่มก่อตั้งขึ้นโดยคุณแม่ 3 คนในปี 2016 ที่เมืองลอสแอนเจลิส (L.A.) รัฐแคลิฟอร์เนีย และเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากที่สุดอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา ที่ต่างมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางของลูกๆพวกเธอ ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น 3.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ HopSkipDrive เป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองที่บริหารจัดการเวลาในการรับ-ส่งบุตรหลานได้ยากลำบาก ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน เส้นทางการเดินทางไกลเพียงใด HopSkipDrive สามารถให้บริการเดินทางแก่ผู้โดยสารที่เป็นเด็กได้อย่างปลอดภัย เพราะพนักงานขับรถของ HopSkipDrive ถูกคัดสรรและลงทะเบียนได้เฉพาะผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและไม่มีประวัติอาชญากรรม อีกทั้งต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนเหมือนพี่เลี่ยงเด็กเลยที่เดียว

โดยผู้ปกครองสามารถกำหนตารางการเดินทางรับ/ส่งล่วงหน้าสำหรับเด็กๆของตนได้ ด้วยการนัดหมายกับพนักงานขับรถของ HopSkipDrive; ซึ่งรูปพร้อมประวัติของพนักงานขับรถคนนั้นจะถูกส่งให้ผู้ปกครองทราบก่อนการให้บริการด้วยรวมถึง “รหัสคำพิเศษ (Code Word) ” ที่ใช้ยืนยันตัวตนที่ถูกต้องของพนักงานขับรถก่อนให้บริการ เมื่อได้ข้อมูลแล้วผู้ปกครองจะถ่ายทอดข้อมูลการบริการทั้งหมดให้กับบุตรหลาน/สถานรับเลี้ยงเด็ก/โรงเรียนต้นทางที่แท๊กซี่จะเข้าไปรับผู้โดยสารเด็ก และการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น

HopSkipDrvie ให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัย” เป็นอันดับแรก เพราะโมเดลธุรกิจนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตเด็กที่ไม่สามารถจะมีโอกาสผิดพลาดได้เลย สิ่งที่ลูกค้าของ HopSkipDrive จะถูกบอกทุกครั้งที่ให้บริการ คือ “คุณจะสามารถขึ้นรถได้ ก็ต่อเมื่อรถคนดังกล่าวมีสัญลักษณ์รูปธงของ HopSkipDrive พนักงานขับรถใส่เสื่อยูนิฟอร์ม และสามารถยืนยันรหัสคำพิเศษกับคุณได้อย่างถูกต้อง”   และกว่าจะมาเป็นพนักงานขับรถได้นั้น เธอคนนั้นจะต้องเป็นสมาชิกใน TrustLine Registry ซึ่งเป็นฐานข้อมูลของผู้ให้บริการพี่เลี้ยงดูแลเด็ก (Nanny / Baby-sitter) ที่ผ่านการคัดกรองประวัติอาชญากรรมด้วยลายนิ้วมือทั้งของ FBI (หน่วยงานด้านการสืบสวนสอบสวน) และกระทรวงยุติธรรมของรัฐแคลิฟอร์เนีย และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ และกฎ 15 ประการของ HopSkipDrive เช่น เป็นผู้หญิงอายุ 23 ปีขึ้นไป รักเด็ก มีประสบการณ์ในการดูแลเด็ก 5 ปีขึ้นไป ไม่มีประวัติดื่มสุรา/ติดยาเสพติด  เป็นต้น

นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยผู้ปกครองสามารถติดตามสถานะการเดินทางของบุตรหลานได้แบบ Real time ผ่านทางแอพพลิเคชั่น และกล้องดิจิตอลที่ถูกติดตั้งไว้ในรถ (in-car active camera)  ซึ่งสามารถติดตามพฤติกรรมการขับรถตลอดการเดินทางได้อีกด้วย (เช่น ไม่คุยโทรศัพท์มือถือขณะปฏิบัติงาน เป็นต้น)

สิ่งที่ทำให้ HopSkipDrive ธุรกิจ Startup ที่ใช้หลักการ “On-demand Transportation service” เป็นที่น่าสนใจ ที่แตกต่างจากตลาดแท๊กซี่อย่าง Uber Limo หรือ Lyft ก็คือ การมี “คุณค่าจากการบริการ” ที่แตกต่างและท้าทาย (Unique Challenge) ในการให้บริการที่ไม่ใช่เพียงการขับรถรับ/ส่งผู้โดยสาร แต่มากกว่านั้นคือเป็น “ผู้ดูแล (Caregiver)” ซึ่งนั่นทำให้แตกต่างจากบริการที่มีอยู่ทั่วไป Jonna McFarland ผู้บริหารของ HopSkipDrive ได้กล่าวไว้

ปัจจุบันมีผู้ปกครองกว่า 1,000 รายที่ใช้บริการ HopSkipDrive ในแต่ละวัน นับเป็นตลาดใหม่ (niche market) ที่น่าสนใจและมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถติตตามสถานะ สถานที่ และสภาพการณ์ของการดำเนินงานต่างๆได้แบบออนไลน์ Real time ซึ่งเพิ่มความเชื่อมั่นในการให้บริการและตอบโจทย์ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี แต่ธุรกิจนี้ยังแค่เริ่มต้น ในระยะยาวคงต้องติดตามกันต่อไปว่า Startup เดิมจะดำเนินธุรกิจได้อย่างสวยงาม หรือจะมี Startup โมเดลธุรกิจใหม่ๆที่จะมาแข่งขัน หรือ “Disrupt” ในอุตสาหกรรมด้านโลจิสติกส์ให้ได้เรียนรู้กันอีกในอนาคต

*** ท่านสามารถ “Comment”(ต้องLog-in ก่อน)  กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  techcrunch.com, latimes.com, trustline.org, ridesharing.co, hopsipdrive.com, pexel.com

Share this post