Deliveroo โมเดลการขนส่งที่ลูกค้าโต…เราก็โต

ในการทำธรุกิจค้าขายสินค้า “การขนส่ง” เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จอย่างหนึ่ง; นอกเหนือจากคุณภาพของสินค้าและการบริการหลังการขายแล้ว; การขนส่งสินค้าถูกต้อง ตรงเวลาและปลอดภัย (สินค้าไม่เสียหาย) ทำให้ลูกค้าพึงพอใจและยินดีที่จะกลับมาซื้อสินค้าอีกในคราวต่อไป แต่การหาพันธมิตรคู่ธุรกิจ (Partner) ที่จะช่วยตอบโจทย์ทางธุรกิจ/เกื้อหนุนธุรกิจซึ่งกันและกัน แบบ “Win-Win”; ลูกค้าโต เราโตตาม;ไม่ใช่เรื่องง่าย หากผู้ประกอบการเลือกพันธมิตรทางธุรกิจที่มีข้อจำกัดในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกำลังคน ทรัพยากร ตลอดจนเงินทุนหมุนเวียนทางธุรกิจ จนทำให้ไม่สามารถขยายการเติบโตทางธุรกิจมากกว่าเดิมได้ คงเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียกุมขมับไปตามๆกัน คู่ธุรกิจที่ดีนอกจากจะสามารถรองรับการดำเนินงานปัจจุบันได้อย่างเพียงพอแล้ว จักต้องมีศักยภาพในการรองรับ “ปริมาณงาน” ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตที่แต่ธุรกิจย่อมต้องการการเติบโตทางอย่างยั่งยืนอีกด้วย และนั่นเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องพิจารณา และ trade-off ในการเลือกใช้ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แต่ละรายอย่างรอบคอบ  การทำธุรกิจของ “Deliveroo” เป็นหนึ่งในตัวอย่าง ที่โมเดลทางธุรกิจสามารถตอบโจทย์การเติบโตของพันธมิตรคู่ค้าของตนได้เป็นอย่างดี และเป็นที่น่าจับตามองเพราะแนวโน้มของ “Demand” ในอนาคตยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

“Deliveroo” บริการขนส่งสินค้าออนไลน์สัญชาติอังกฤษ แต่สินค้าของ Deliverooไม่ใช่สินค้าทั่วไป เพราะมันคือ “อาหาร” ชั้นเลิศจากร้านอาหารชั้นนำต่างๆกว่า 750 ร้านในหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยี่ยม ไอร์แลนด์ เสปน อิตาลี ดูไบ ออสเตรเลีย สิงคโปร์และฮ่องกง โดย William Shu และ CTO Greg Orlowski ร่วมกันก่อตั้งและดำเนินธุรกิจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2013 ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 300 คน และมีตัวแทนผู้ขนส่งกว่า 5,000 รายในการให้บริการด้วยจักรยาน/สกูตเตอร์ ใช่คุณอ่านไม่ผิดแน่นอน!!

 

สิ่งที่ทำให้ Deliveroo ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจขนส่งอาหารและแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นอย่าง Just Eat หรือ Hungry House  ประการแรก คือ การกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจอย่างชัดเจน Deliveroo มุ่งเน้นการให้บริการร้านอาหารที่เป็น “Premium” โดยคู่ธุรกิจของ Deliveroo จะเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียง เช่น Nando’s, Busaba Eathai, Gourmet Burger Kitchen เป็นต้น  และแน่นอนร้านอาหารเหล่านี้จะต้องไม่มี “การขายอาหารแบบกลับบ้าน (Takeaway)”   (Targeted customer) ประการที่สอง คือ Deliveroo ใช้ฟลีทขนส่งที่ส่งต่อประสบการณ์ตรงของตนเองอย่างมืออาชีพ เพื่อให้การบริการมีคุณภาพสม่ำเสมอ; ด้วยกำหนดระยะเวลาขนส่งเฉลี่ยที่ 32 นาที/order ; เพราะก่อนเริ่มธุรกิจ William Shu ได้ลงสำรวจเส้นทางการขนส่งเองทั้งหมด (จากการทดลองขนส่งพิซซ่าร้อนๆ) เพื่อศึกษา วิเคราะห์และกำหนดโมเดลธุรกิจที่ควรจะเป็นด้วยตัวเองอย่างรู้แจ้งเห็นจริง และประการสุดท้าย คือ Deliveroo เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยพันธมิตรคู่ธุรกิจสามารถขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เน้นการรับประทานอาหารที่บ้านอีกด้วย  (in-house customer experience) ซึ่งเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารในแต่ละปีมากทีเดียว

รายได้ของ Deliveroo มาจาก 2 ส่วนคือ ค่าขนส่งแบบอัตราคงที่กับลูกค้าปลายทางที่ 2.5 ปอนด์/การขนส่ง และค่า Commission ที่เป็นผลจากการเติบโตขึ้นทางธุรกิจของพันธมิตรของตนนั้นเอง แต่แน่นอนว่า Deliveroo จะต้องมีจำนวนเมนู จำนวนลูกค้าผู้ใช้บริการ และจำนวนพันธมิตรคู่ค้ามากพอดูที่จะทำให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ Deliveroo จึงกำหนดเมืองที่จะให้บริการ เป็นเมืองที่เป็น “hyper-zone” ที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยกับธุรกิจด้วยเช่นกัน (สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆได้ เช่น เวลาในการขนส่ง อุณหภูมิอาการ ฯลฯ) และเช่นเดียวกับบริษัททิ่อยู่ในระหว่างพัฒนาธุรกิจของตนเอง Deliveroo นับเป็น “นวัตกรรมทางความคิด” ที่มีความท้าทายมากมายที่จะต้องก้าวข้าม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโครงสร้างการขนส่งของธุรกิจในเบื้องต้น (Transportation Infrastructure) เงินลงทุนในกำลังรถและพนักงานต่างๆ ตลอดจนการสำรวจเครือข่ายขนส่งและการคิดวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

นอกจากนี้ การที่ Deliveroo ตั้งใจที่จะเติบโตไปกับลูกค้า (ในที่นี้คือร้านอาหาร) เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ ซึ่งได้เปิดตัวบริการใหม่ “Next Day Nationwide”การบริการที่ขนส่งสินค้าที่ได้ภายในวันรุ่งขึ้น รองรับการเติบโตทางธุรกิจให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้า SME ทำให้สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น โดยการขนส่ง “Small lot size order” ได้ ด้วย Lead time ที่สั้นลง (ขนส่งเร็วขึ้น)และลดต้นทุนในการบริการจัดการสินค้าคงคลัง (จัดส่งสินค้าได้ทันทีทั่วประเทศ)ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าใจลูกค้าอย่าง “insight” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงในการทำธุรกิจที่ต้องการการเติบโตอย่างยั่งยืนนั่นเอง

   

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  forbes.com, uk.businessinsider.com, themarketmogul.com, deliveroo.com, gumtree.com
Share this post