“Blockchain” ยุคใหม่ของความโปร่งใสใน Supply Chain

เมื่อผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ราคา หรือ คุณภาพของสินค้า/บริการในการตัดสินใจซื้อเท่านั้น แต่     ”ความความโปร่งใส” และ “ความสามารถตรวจสอบได้อย่างตรงไปตรงมา” ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคมากขึ้นเช่นกัน บริษัทระดับสากลหลายๆบริษัทต่างรู้ดีว่า หากเราประสงค์ที่จะทำให้เกิดความโปร่งใส ความถูกต้องใน Supply Chain จะสามารถทำให้เราเกิดความได้เปรียบในการแข่งขันได้ ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ช่วยให้เกิดความโปร่งใสระหว่างบริษัทกับผู้บริโภคที่เป็นที่กล่าวขานกันอย่างมาก นั่นคือ “Blockchain”

หลายๆคนน่าจะได้ยินคำนี้อยู่บ่อยๆ ซึ่งขอกล่าวก่อนว่า Blockchain คืออะไร Blockchain คือ เทคโนโลยีฐานข้อมูลล่าสุด ที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมทาง online ต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าปกติแล้วเราเมื่อเราทำธุรกรรม online จะต้องมีคนกลางมาตรวจสอบอยู่เสมอ เพราะความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ในการทำธุรกรรมต่างๆ แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็น Blockchain การทำธุรกรรม online ก็จะมีความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดมากขึ้น จนถูกเรียกว่าเป็น “Transfer of trust in a trustless world “ เพราะแม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ทำธุรกรรมต่าง ๆ ระหว่างกันได้ ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินว่า bitcoin กับ Blockchain เป็นของคู่กัน นั่นเป็นเพราะว่า bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิตอล  (Digital Currency) ที่ใช้ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ บนโลกonline ทำให้ต้องการความปลอดภัยในข้อมูลอย่างมาก จึงต้องนำเอา Blockchain มาใช้ควบคู่กันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้ใช้ด้วย

ไม่นานมานี้ บริษัทที่ให้บริการด้านการเงินได้เริ่มทำการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี Blockchain แต่ไม่ใช่เพื่อใช้กับ bitcoin เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ใช้สำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะแก้ไขได้ เพราะว่าข้อมูลต่างๆถูกเก็บรวบรวมไว้ในหลาย ๆ ระบบ รวมถึงมีการเข้ารหัสไว้ การปรับเอา Blockchain มาใช้จะต้องได้รับการยืนยันจากระบบส่วนใหญ่ก่อน ซึ่งส่งผลให้การทำธุรกรรมมีความปลอดภัยและรวดเร็วมากขึ้น เช่น การตรวจสอบสัญญา และ การทำธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดน นอกจากนี้เบื้องหลังของ Blockchain จะมีการแยกประเภทของข้อมูล ที่ช่วยให้เกิดความโปร่งใสและมีคุณค่าสำหรับการตรวจสอบมากขึ้น

ซึ่งนี่ก็เป็นที่มาว่าทำไมในปัจจุบัน ถึงมีแอพพลิเคชั่นมากมายที่สร้างขึ้นมาเพื่อความโปร่งใสทาง supply chain หลาย ๆ บริษัทมองว่า Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพอันหนึ่งที่สามารถเพิ่มความโปร่งใสใน supply chain ได้ บริษัท startups และ social enterprises ต่างแข่งกันนำเสนอ solutions ที่มีพื้นฐานมาจาก blockchain ที่ช่วยให้บริษัทสามารถตรวจสอบและติดตามได้ว่าสินค้าอยู่ที่ไหน หรือ สินค้ามาจากไหน เป็นต้น ด้วยเป้าหมายที่จะลดความไม่แน่นอนใน supply chain

มีบทความด้าน supply chain ในนิตยสารของ PICS กล่าวว่า บริษัท social enterprise อย่าง Provenance ได้มีการนำเอาทคโนโลยี blockchain มาทดลองใช้เพื่อช่วยเพิ่มความโปร่งสำหรับอุตสาหกรรมประมงทูน่า ที่เดิมมีความไม่โปร่งใสอยู่มาก โดยในกระบวนการทำงานของชาวประมงนั้น ชาวประมงจะใช้  sms ในการบันทึกชื่อ สถานที่ในการทำงาน วัสดุที่ใช้ และข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะผูกติดไปกับสินค้าตลอดทั้ง supply chain ผ่านระบบ RIFD หรือ QR Code โดยทาง Provenance เองก็ได้นำเสนอข้อมูลนี้ให้กับผู้บริโภคด้วย นอกจากนี้ยังมี startup รายอื่น ๆ อีกอย่างเช่น Everledger ที่ได้ติดตั้ง Blockchain สำหรับสร้างบันทึกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ แบบถาวรสำหรับ supply chain ของธุรกิจจำพวกเพชร

ในขณะที่แนวคิดเบื้องหลังของ blockchain และ การประยุกต์ใช้ยังเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนแล้ว นั่นคือ ใครที่สามารถนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้ จะสามารถสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาลทั้งด้านนวัตกรรมและความน่าเชื่อถือ และได้เปรียบคู่แข่งในตลาดสากลได้อย่างแน่นอน

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน) กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก techsauce.co, linkedin.com

Share this post