Big Data & IoT ต้นกำเนิดของโลจิสติกส์ในเมืองแห่งอนาคต

Technology, innovation, IoT, Internet Of Thing, Logisticsมีการคาดการณ์ไว้ว่า ในปี 2030 ประชากรโลกราวๆ 5 พันล้านคนจะอาศัยอยู่ในเมืองต่างๆทั่วโลก เนื่องจากแนวโน้มของการเกิดสังคมเมือง หรือ “Urbanization”  (อ้างอิงจากบทความก่อนหน้านี่ เรื่อง “เมื่อเมืองกำลังโต (Urbanization)…การจัดการ Supply Chain ต้องคิดใหม่)  ตามเมืองนอกเขตเมืองหลวงหนาแน่นขึ้น เทคโนโลยีทีก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการใช้ชีวิตของประชากรโลกได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ “Cloud computing” หรือการประมวลผล “Big data” ต่างๆเพื่อวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำสมัยจจะทำให้การจราจรดีขึ้น ลดกระบวนการที่ไม่มีคุณภาพเพื่อให้สามารถต่อสู้กับเหตุการณ์ต่างๆที่ตามมาของการเกิดสังคมเมืองที่มีประชากรเพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงธรรมชาติจะถูกใช้ไปเพื่อตอบสนองปัจจัยในการดำรงชีวิตของประชากรเหล่านั้นอีกด้วย

ไม่มีใครอยากจะถูกแช่งแข็งไว้บนท้องถนนในเขตเมืองทุกวัน เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพ; ความเครียดจากรถติดทำให้เป็นคความดันโลหิตสูง แนวโน้มที่น้ำหนักเพิ่มขึ้น; ดังเช่นในสหรัฐอเมริกาที่ผู้โดยสารติดอยู่ในการจราจรอันคับคั่งนานกว่า 42 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งมากกว่าปี 2000 ที่ติดอยู่ 37 ชั่วโมงต่อปีและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอนาคต ในประเทศที่กำลังพัฒนา ไม่เพียงแต่ประชากรกำลังย้ายที่อยู่อาศัยจนเกิดสังคมเมืองใหม่ แต่พวกเขาเหล่านั้นได้ใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าฟุ่มเฟื่อย และเริ่มซื้อยานพาหนะเพื่อการเดินทางด้วย  เช่น ในปี 2015 ประชากรกว่า  172 ล้านคนในประเทศจีนมีรถยนต์เป็นของตัวเอง และนั่นทำให้ประเทศจีนติดอันดับ 1 ใน 50 เมืองที่มีการจราจรบนท้องถนนหนาแน่นที่สุดในโลกด้วย เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้เมื่องต่างๆกำลังพยายามอย่างมากที่จะหาทางลดการจราจรคับคั่งซึ่งมีหลาย solution แต่ 2 คำที่ปรากฏอย่างชัดเจนในทุก solution ก็ตือ “Cloud” และ “Big data”

การจราจที่คับคั่งนำมาซึ่ง “ข้อมูล” มากมายมหาศาล จากถนนที่ผู้คนสัญจรไปมา ทุกนาทีที่พวกเขาเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง ตลอดจนข้อมูลเวลาที่การจราจรหยุ่งเหยิงมากที่สุดในวัน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เมืองสามารถสร้างภาพและมีข้อมูลการจรจรที่ถูกต้องมากที่สุด ระบบการจราจรจะตัองถูกเชื่อมโยงกับระบบต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา แต่เราจะเก็บข้อมูลมากมายหมาศาลขนาดไหนถึงจะเพียงพอ

เมืองซานฟรานซิสโกเป็นหนึ่งตัวอย่าง ที่ได้ทำการทดลองใช้ระบบที่จอดรถอัจฉริยะ หรือ “Smart Parking System” โดยระบบนี้จะมีอุปกรณ์เซนเซอร์ติดตั้งอยู่ใต้จุดจอดรถบนถนนต่างๆของเขตเมือง ซึ่งระบบเซนซอร์จะส่งข้อมูลมาที่ application ที่ผู้ใช้งานสามารถทราบได้ทันทีว่าจะสามารถจอดรถของตนได้ที่ไหนบ้าง และไม่น่าเชื่อว่า การที่เจ้าของรถสามารถจอดรถได้เร็วขึ้น จะช่วยลดความคับคั่งของการจราจรได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการลดการวนรอบบนถนนและยังลดการเกิดการทะเลาะวิวาทเนื่องจากแย่งที่จอดรถด้วย

อีกหนึ่งตัวอย่างของความพยายามลดการจราจรที่คับคั่ง ได้เกิดขึ้นที่ประเทศจีน ในปี 2013 มณฑลฝูเจี้ยน เป็นมณฑลชายฝั่งทะเลที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์การเดินทางในเมืองอัจฉริยะ (Smart City Transportation) ซึ่งได้พัฒนาจากเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยหนึ่งในมณฑลฝูเจี้ยน ระบบนี้จะทำการเก็บข้อมูลมากมายเป็น “Big Data Platform” ที่ซึ่งข้อมูลแบบ real time จะทำให้เกิดภาพการจราจรในทั่วทุกแห่งของมณฑลที่ถูกต้องแม่นยำ  ซึ่งแน่อนอนข้อมูลจะถูกดำเนินการประมวลผลบน “Cloud Computing” ในมณฑลฝูเจี้ยนจะมีการติดตั้ง GPS; ที่จะ update ข้อมูลกลับทุกๆ 30 วินาที; กับรถสาธารณะกว่า 120,000 คัน นอกจากนี้ยังมีการส่งข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและสัญญาณไฟจราจรตามแยกต่างๆด้วย ซึ่งร่วมถึงการติดตามการเดินทางของรถแท๊กซี่ เพื่อวิเคราะห์และสรุปเส้นทางที่นิยมใช้มากที่สุดได้อีกด้วย

ข้อมูลมากมายมหาศาลจะถูกใช้ในการวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาการจราจร ซึ่งรวมถึงการกำหนดนโยบายของการขนส่ง การบริการของรถสาธารณะเมื่อจำนวนยานพาหนะบนท้องถนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ดี การได้มาซึ้งข้อมูลมากมายแต่ไม่สามารถประมวลผลได้ย่อมไม่มีความหมาย หลายบริษัทได้พยายามมองหาคู่ธุรกิจที่มีศักยภาพที่จะ provide “Cloud-based storage space” ที่ซึ่งใช้ประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ท้ายที่สุดแล้ว การประมวลผลข้อมูลการจราจรโดยการ integrate Big data และ cloud computing ได้อย่างลงตัวนั้น เป็นเพียงการสร้างทางเลือกให้กับผู้คนโดยนำเสนอข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์แล้วซึ่งสามารถใช้ในการตัดสินใจได้ เช่น ตัดสินใจที่จะใช้เส้นทางใดในการเดินทาง ตัดสินใจที่จะออกจากบ้านในเวลาที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งนั่นจะนำมาซึ่งการดำรงชีวิตที่ดีขึ้นของประชากรในเขตสังคมเมืองในระยะยาวนั่นเอง

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  forbes.com, dell.com, pexel.com, pixabay.com (account :suyashdixit)

Share this post