3 ปัจจัยสู่ความสำเร็จด้าน Supply Chain

เมื่อกล่าวถึง Walmart สิ่งที่นึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ก็คือ ความเป็นเลิศด้าน Supply Chain ของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่  โดย Walmart จะไม่สามารถทำให้ราคาสินค้าต่ำลง ไม่สามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังสำหรับร้านค้ากว่า 5,000 สาขาอย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคง รวมถึงบริหารจัดการพนักงานกว่า 1.3 ล้านคนได้ หากปราศจากการบริหาร supply chain ที่ดี สิ่งนี้เองคือ สิ่งที่ผู้บริหารหลายราย สละเวลาเพื่อเรียนรู้ สังเกตและวิเคราะห์วิธีการบริหาร supply chain ของ Walmart เพื่อที่จะนำมาปรับใช้กับธุรกิจของตนเองเช่นเดียวกัน

โดยในปัจจุบัน นอกจาก Walmart จะมีความเป็นเลิศด้าน supply chain แบบดั้งเดิมแล้ว Walmart ยังมีการลงทุนในการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในตลาดการค้าออนไลน์ (e-commerce) และเพื่อความมั่นคงของธุรกิจอีกด้วย โดยปัจจัยหลัก ๆ 3 ประการที่ทำให้ supply chain ของ Walmart แข็งแกร่งและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพมาจนถึงทุกวันนี้ ประกอบด้วย

1. Decades in the Making

Walmart ได้มีการตกลงกับผู้ผลิตโดยตรงตั้งแต่ปี 1980 ซึ่งเป็นเสมือนงานที่ซัพพลายเออร์ (Supplier) จะต้องบริหารสินค้าคงคลังในคลังของตนเองให้ดี ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ คือ Vendor Managed Inventory (VMI) หรือก็คือ การให้เวนเดอร์เป็นผู้บริหารสินค้าคงคลัง เป็นวิธีการที่ช่วยให้การจัดการสินค้าคงคลังของผู้ค้ามีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าจะมีพร้อมอยู่บนชั้นวางสินค้าเสมอ ซึ่ง VMI เอง ต้องอาศัยการร่วมมือและการทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะทำให้ supply chain มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการผสมผสานเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานสะดวก รวดเร็วและตรวจสอบได้อย่างชัดเจน Walmart ได้มีการใช้เทคโนโลยีตั้งแต่สมัยก่อนที่จะพัฒนา VMI แล้ว โดยเริ่มแรกในปี 1975 walmart เป็นผู้นำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุมปริมาณสินค้าคงคลังในแต่ละช่องทางการจัดจำหน่ายหรือแม้แต่คลังสินค้าของตน

การบริหารสินค้าคงคลังของ Walmart ในปัจจุบัน ถือเป็นตัวกรองข้อมูล เช่น point of sale, ปริมาณสินค้าคงคลัง และ real-time sale โดยใช้ฐานข้อมูลเดียวกันระหว่างwalmart และ ซัพพลายเออร์ เพื่อให้ซัพพลายเออร์รู้ว่า สินค้าตัวใดใกล้จะหมด ถึงเวลาต้องส่งสินค้ามาเติมหรือไม่ หรือสินค้าตัวไหนมีปัญหา เป็นต้น นอกจากนี้ ในปี 1987 walmart เองก็มีระบบดาวเทียมเป็นของตัวเอง ซึ่งสามารถสื่อสารกันระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้องได้ ต่อมาในปี 1989 walmart มองเห็นถึงประโยชน์จากการจัดการ supply chain เนื่องจากต้นทุนด้านการจัดจำหน่ายสูงถึง 1.7% ของยอดขายทั้งหมด

จึงอาจกล่าวได้ว่า วิสัยทัศน์และการวางแผนของ Walmart ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ Walmart พัฒนา supply chain ได้รวดเร็ว และยังพัฒนาก้าวนำคู่แข่งรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจรจากับคู่ค้า การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เป็นรายแรก ๆ ส่งผลให้การบริหาร supply chain มีประสิทธิภาพมากกว่าคู่แข่งรายอื่น ๆ และเกิดความได้เปรียบทางการแข่งขันอีกด้วย

2. Beyond Technology

SCM ( Supply Chain Management ) ของ Walmart Walmart มีการขยายเครือข่ายของศูนย์กระจายสินค้ากว่า160 สาขา ซึ่งครอบคลุมประมาณ 120 ล้านตารางฟุต ซึ่ง MWPVL ( บริษัท ที่ปรึกษาด้าน supply chain  และ logistics ) กล่าวว่า ประมาณ 81% ของสินค้าของ Walmart ได้ขนส่งผ่านศูนย์กระจายสินค้านี้ ซึ่งทาง TradeGekco บริษัทซอฟแวร์การจัดการสินค้าคงคลัง กล่าวว่า Walmart เองได้มีการจัดโซนสินค้า cross-docking ซึ่งเป็นโซนที่ใช้สำหรับ inbound แพ็คสินค้า แล้วส่งไปยัง outbound ได้โดยใช้ระยะทางเพียงเล็กน้อย ซึ่งผลลัพธ์จากการทำโซน cross-docking นั้นนอกจากจะลดต้นทุนในการจัดเก็บสินค้าแล้ว ยังลดต้นทุนค่าขนส่ง รวมถึงลดเวลาในการโหลดสินค้าจากฝั่ง inbound ไปยังฝั่ง outbound ได้อีกด้วย ถือเป็นวิธีการที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าภายในคลังอย่างมาก รวมไปถึงการมีรถขนส่งสินค้าและพนักงานขับรถเป็นของตนเอง ทำให้มีการจัดมาตรฐานขั้นต่ำที่สูงกว่าที่อื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น การจะเป็นพนักงานขับรถได้ต้องมีประสบการณ์การขับรถไม่ต่ำกว่า 25,000 ไมล์ และต้องไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ(จากความประมาทของตนเอง)ภายในระยะเวลา 3 ปี เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า Walmart นั้นให้ความใส่ใจด้าน supply chain ตั้งแต่ต้นน้ำยังปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการขยายเครือข่ายของศูนย์กระจายสินค้า การคัดเลือกพนักงานขับรถขนส่ง ตลอกจนการลงทุนในเทคโนโลยีที่สำคัญต่าง ๆ

3.Components of Supply Chain Management (SCM)

วิธีการบริหาร supply chain ของ Walmart มีความแตกต่างจากวิธีการบริหารทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นด้าน purchasing, operation, distribution และ integration ซึ่งทาง Walmart ได้ปรับแต่งวิธีการเหล่านี้ให้มีความเหมาะสมกับธุรกิจของตน

Purchasing : เลือกว่าจะนำเอาสินค้าชนิดใดมาขายบ้าง หาคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์และเจรจาจัดทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างกัน

Operation : เน้นเรื่องการพยากรณ์ การวางแผนด้านความต้องการ (demand) และการบริหารสินค้าคงคลัง นั่นคือมีการพยากรณ์ความต้องการของลูกค้าโดยใช้ข้อมูลในอดีตรวมไปถึงปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นหรือการแข่งขันในแต่ละช่วงเวลา เป็นต้น โดยการวางแผนความต้องการจะช่วยให้การพยากรณ์มีความแม่นยำมากขึ้น และเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ที่จะทำให้การบริหารสินค้าคงคลังมีประสิทธิภาพ โดยจะเทียบระดับสินค้าคงคลังที่เหลืออยู่ กับปริมาณความต้องการ เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการและมีในปริมาณที่เหมาะสม

Integration :  เป็นการผสมผสานวิธีการต่าง ๆ ในการเคลื่อนย้ายสินค้าจากคลังสินค้า หรือจากโรงงานไปยังร้านค้า และที่สำคัญที่สุด คือ การเคลื่อนย้ายสินค้าไปยังลูกค้า ซึ่งการมีขั้นตอนการทำงานอนย่างชัดเจน มีข้อมูลต่าง ๆ ที่เชื่อมถึงกัน ซึ่งน่นทำให้การจัดการ supply chain เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

และด้วยวิธีการบริหาร supply chain ของ Walmart ข้างต้น ส่งผลให้ Walmart มีต้นทุนสินค้าและต้นทุนสินค้าคงคลังที่ต่ำลง มีการควบคุมภายในร้านค้าที่ดีขึ้น และท้ายที่สุดทำให้สามารถส่งมอบสินค้าที่ราคาถูกกว่าคู่แข่งให้กับลูกค้าได้  ธุรกิจต่างๆ ก็สามารถนำแนวคิด 3 ประการไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนได้ เริ่มต้นตอนนี้ยังไม่สายเกินไป “การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง” เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของทุกธุรกิจเช่นกัน

*** ท่านสามารถ “Comment”(ต้องLog-in ก่อน)  กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก pexels.com

Share this post