แหล่งพลังงานสะอาดลอยน้ำแห่งแรกของโลก!!

____________________________________________________

In Brief

พลังงานสะอาดเป็นประเด็นที่นานาประเทศต่างหยิบยกขึ้นมาพูดถึง และพยายามหานวัตกรรมในการผลิตเพื่อทดแทนพลังงานที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อโลกอย่างมาก การพัฒนานวัตกรรมต่างๆดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตอันใกล้เราคงไม่ได้เห็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื่อเพลิงจากฟอสซิลบนท้องถนนอีกต่อไป !!

___________________________________________________

พลังงานลมพลังงานสะอาดที่ทุกวันนี้แต่ละประเทศต่างพยายามที่จะสร้างสรรเครื่องไม้เครื่องมือ/สิ่งประดิษฐ์เพื่อนำเอาพลังงานลมมาใช้เป็นพลังงานทดแทน พลังงานเชื้อเพลิงอื่นๆที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ่านหินที่ให้โลกเกิดภาวะเรือนกระจก จนเป็นประเด็นร้อนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถูกกล่าวถึงในประเทศต่างๆแถบยุโรปอย่างต่อเนื่อง

สกอตแลนด์ ประเทศที่มีพรมแดนร่วมกับประเทศอังกฤษทางทิศใต้และถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีหมู่เกาะกว่าอีก 700 แห่ง ทำให้สกอตแลนด์คิดที่จะใช้ประโยชน์จากพลังงานลมที่เกิดขึ้น แม้ว่าสกอตแลนด์จะเพิ่งหันมาสนใจและประสบความสำเร็จในเรื่องพลังงานสะอาดเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยได้ประกาศเจตนารมณ์และตั้งเป้าหมายสำหรับ “Zero Carbon” ไว้ในปี 2020 ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (ตัวอย่างโครงการพลังงานสะอาดอื่นๆของสกอตแลนด์ เช่น  “Large-scale tidal power farm” หรือ ฟาร์มพลังงานน้ำแห่งแรกของโลก ที่ชื่อว่า “MeyGen tidal stream” โดยโครงการนี้หวังที่จะขยายซัพพลายของพลังงานไฟฟ้าสำหรับบ้านเรือนประชาชนกว่า 175,000 ครัวเรือน เป็นต้น)

สกอตแลนด์ได้สร้างกังหันพลังงานลมลอยน้ำขนาดใหญ่ สูง 285 เมตร ยาว 75 เมตร น้ำหนักราวๆ 11,500 ตัน ติดตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางเหนือของสกอตแลนด์ (Aberdeenshire coast); ปีเตอร์เฮด (Peterhead) เมืองแอเบอร์ดีน; และเป็นกังหันพลังงานลมลอยน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของโลก โดยโครงการนี้มีชื่อว่า “Hywind” ;ดำเนินการโดย Statoil บริษัทผู้ผลิตด้านพลังงานของประเทศนอร์เวย์; ประกอบไปด้วยกังหันพลังงานลมลอยน้ำจำนวน 5 ตัว ผูกติดด้วยกัน แต่ละลูกถูกผูกให้ลอยอยู่เหนือน้ำทะเล มีความสูงจากพื้นน้ำราวๆ 180 เมตร และบางส่วนจมในน้ำทะเลราวๆ 80 เมตร ด้วยโซ่ที่หนักถึง 1,200 ตัน กำลังการผลิตพลังงานไฟฟ้าถูกประเมิณไว้ค่อนข้างสูง โดยครัวเรือนจะสามารถใช้พลังงานดังกล่าวได้ถึง 20,000 ครัวเรือน และการติดตั้งทั้งหมดจะสามารถเพิ่มพลังงานไฟฟ้าให้กับท้องถิ่นได้ 30 เมกะวัตต์ นอกจากนี้เทคโนโลยีในการผลิตดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบมหาศาลต่อการนำพลังงานสะอาดมากใช้ในทุกส่วนของโลก

ไม่ใช่แค่ประเทศสกอตแลนด์เท่านั้นที่ให้ความสนใจในเรื่องพลังงานทดแทน (Renewable Energy) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ มณฑลชิงไห่, สาธารณะรัฐประชาชนจีน ได้ทดลองการใช้พลังงานทดแทนแบบสมบูรณ์ 100% เป็นเวลา 7 วันเต็ม สำหรับประชาชนกว่า 5 ล้านคนในมณฑลชิงไห่ การทดลองในครั้งนี้สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ได้ถึง 1.1 พันล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง (kWh) โดยเป็นพลังงานที่ได้มาจากน้ำถึง 73% ที่เหลือเป็นพลังงานที่ได้จากลมและแสงอาทิตย์  ซึ่งทดแทนการสร้างพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินได้ถึง 535,000 ตัน ถึงแม้จะเป็นเพียงการทดลองใช้งานในระยะสั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จีนเตรียมที่จะรับมือกับ “Green Energy” ในอนาคต

การผลักดันให้ประเทศทั่วโลกหันมาลดมลพิษที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และสร้างแต่ละประเทศให้ใช้พลังงานแบบพึ่งพาตนเองด้วย “Green Energy” นั้น เป็นความท้าทายที่สำคัญ แผน roadmap การใช้พลังงานทดแทนแบบ 100% ของ 139 ประเทศจึงเกิดขึ้น (โดย Jacobson’s group) ด้วยการประเมิณแหล่งพลังงานทดแทนในแต่ละประเทศ การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้า การขนส่ง การอุตสาหกรรม/เกษตรกรรมและการประมงของประเทศเหล่านั้นอย่างละเอียด ซึ่งคาดว่า Roadmap ดังกล่าว จะทำให้สามารถใช้พลังงานทดแทน ทั้งพลังงานลม น้ำ และแสงอาทิตย์ได้ 80% ภายในปี 2030 และ 100% ในปี 2050 ซึ่งการใช้พลังงานสะอาดครั้งนี้ จะช่วยลดการเสียชีวิตของประชากรจากมลภาวะทางอากาศต่อปีได้ถึง 4-7 ล้านคน ความเสถียรภาพทางด้านราคาพลังงานมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพและภูมิอากาศได้ 20 ล้านล้านเหรียญต่อปี โดยจากผลการศึกษา พบว่า ประเทศขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนประชากรต่อพื้นที่มาก เช่น สหรัฐอเมริกา จีน และประเทศในทวีปยุโรป ฯลฯ จะสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนแบบ 100% ตามแผน roadmap ได้ง่ายกว่าประเทศที่มีประชากรหนาแน่นแต่ขนาดประเทศเล็ก หรือประเทศที่ถูกรอบล้อมด้วยทะเล/มหาสมุทรต่างๆ เช่น สิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งต้องการงบประมาณ/การลงทุนในการก่อสร้าง “infrastructure” ต่างๆมากกว่า  Roadmap ฉบับนี้ยังได้ระบุถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น การลดการใช้น้ำมัน/ก๊าซยูเรเนียม หรือการใช้พลังงานจากแร่/ถ่านหินต่างๆ ซึ่งจะลดการใช้พลังงานได้ 13% เพราะพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานทดแทนนี้มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากการเผาถ่านหิน

อย่างไรก็ตาม Roadmap นี้ยังคงถูกตั้งคำถามที่ยังต้องหาคำตอบต่อไปถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างที่เก็บความร้อนใต้ดิน/ชั้นหิน ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ในการจัดเก็บที่เพียงพอ ตลอดจนค่าใช้จ่าย/การลงทุนในการก่อสร้าง/เปลี่ยนแปลง infrastructure ที่คาดว่าจะใช้เงินมากพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับความยั่งยืนในอนาคตแล้ว พลังงานทดแทนยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เรียนรู้และทดลองกันต่อไป

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน) กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก futurism.com, pexels.com, uk.businessinsider.com

Share this post