“แท๊กซี่บินได้” บริการใหม่ในอนาคตจาก Uber

____________________________________________________

In Brief

เดินทางรวดเร็วไปกับ “Uber Flying Taxi” การเดินทางแห่งอนาคตในปี 2023 ที่มาพร้อมกับสถานี Skyport ดีไซน์สุดล้ำตามเมืองต่างๆ . . . แผนงานใหม่จาก Uber Technology Inc. !!
___________________________________________________

เมื่อปี 2016 บริษัท Uber; บริษัทเครือข่ายธุรกิจขนส่งสัญชาติอเมริกัน หรือรู้จักกันในนาม Uber Taxi; ได้เปิดเผยแผนการพัฒนา “รถยนต์เคลื่อนที่ทางอากาศ (Flying Car)” ร่วมกับองค์การ NASA ; องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ; โดย NASA จะกลายเป็น “Partner” ในการพัฒนาโปรแกรมการบริหารการจราจรทางอากาศของรถยนต์เคลื่อนที่ทางอากาศดังกล่าว ส่วน Uber จะแชร์ “Ridesharing Network” ของรถยนต์เคลื่อนที่ทางอากาศให้กับ NASA โดยคาดหวังว่าจะสามารถให้บริการ “แท๊กซี่บินได้” ภายในปี 2023 โดยขั้นตอนการใช้งานยังคงเหมือนเดิม คือ เรียกใช้บริการผ่าน Uber Application นั่นเอง

โฉมหน้าของ Flying Car นั้นดูจะล้ำยุคมากทีเดียว มีใบพัดหลักด้านบนเหมือนเฮลิคอปเตอร์และอีกใบพัดหนึ่งอยู่ข้างหน้าเช่นเดียวกับอากาศยานทั่วไป Uber ได้เปิดเผยโมเดลล่าสุดในการประชุม Elevate Conference ครั้งที่2 ที่ลอสแอนเจลิส ซึ่งดูแล้วมีลักษณะคล้ายโดรนมากกว่าเฮลิคอปเตอร์ Flying Car จะมีโรเตอร์เรียงซ้อนกัน 4 เครื่อง และที่หางจะมีอีกหนึ่งเครื่องพื่อให้สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ และหากตัวใดตัวหนึ่งเสีย เครื่องอื่นๆยังคงสามารถทำงานทดแทนซึ่งทำให้ปลอดภัยในการลงจอดบนพื้นดิน Uber Flying car จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า สูงจากพื้นดินประมาณ 1,000 – 2,000 ฟุต ในช่วงแรกของการให้บริการ Flying Car จะถูกขับเคลิ่อนโดยนักบินเหมือนอากาศยานปกติ จนเมื่อมีความพร้อมสมบูรณ์จึงจะเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติในที่สุด

สถานีหลักของ Flying Car เรียกว่า “Skyport” จะตั้งอยู่ตามเมืองต่างๆ โดยจะมีส่วนที่ยื่นออกไปเพื่อปล่อยอากาศยาน หรือ “Launchpad” ในขณะที่ Flying Car สามารถลงจอดแบบแนวดื่ง (Vertical Landing) บนหลังคาตึกสูงต่างๆในเมืองได้ด้วยเช่นกัน การออกแบบ Skyport จะต้องรองรับผู้โดยสารกว่า 4,000 คนต่อชั่วโมง และแต่ละสถานีสามารถรองรับการขึ้นลงของ Flying car ได้ถึง 200 ครั้งต่อชั่วโมง บนพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร ในขณะที่ต้องเป็น Environment Friendly ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศหรือทางเสียงด้วย อีกทั้งเนื่องจาก Flying Car ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ดังนั้น การชาร์จพลังงานไฟฟ้าระหว่างการเดินทางจะต้องส่งผลกระทบที่น้อยที่สุด ซึการออกแบบ Skyport จะเป็นการปรับปรุงต่อเติมอาคารเดิมที่มีอยู่ เพื่อลดต้นทุนของโครงการโดยมีผู้นำเสนองานออกแบบถึง 6 บริษัทด้วยกัน  ดังนี้

  • แบบที่ 1 : “Sky Tower” ของ Pickard Chilton and Arup (รูปซ้ายล่าง) ได้ไอเดียมาจากโครงการ Uber Elevate ที่แบ่งตึกออกเป็น 12 ชั้น แต่ละ module สามารถรองรับการ “landing” และ “takeoffs” ได้ถึง 180 ครั้งต่อชั่วโมง จุผู้โดยสารได้ถึง 1,800 คนต่อชั่วโมงต่อ Module และยังสามารถจัดรูปแบบของ Module ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนเพื่อรองรับกับพื้นที่ตั้ง Skyport อีกด้วย
  • แบบที่ 2 : Beehive-esque “Uber Hover” (รูปขวาล่าง) ของ Humphreys & Partners ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารไกเ 900 คนต่อหนึ่งชั้นต่อชั่วโมง และใช้วัสดุก่อสร้างที่รักษาสิ่งแวดล้อมและ ecosystem
  • แบบที่ 3 : Boka Powell ออกแบบ Skyport (รูปซ้ายล่าง) ที่สามารถรองรับการขึ้น/ลงจอดได้ 1,000 ครั้ง และเนื่องจากโครงสร้างของอาคารถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นได้ตามกำลังลมทำให้การขึ้น/ลงจอดแต่ละครั้งใช้เวลาน้อยกว่า 3 นาทีอีกด้วย
  • แบบที่ 4 : The Paw ของ Gannett Fleming (รูปขวาล่าง) ออกแบบให้ Flying Car สามารถขึ้น/ลงจอดในแนวดิ่งได้ 52 เครื่องต่อชั่วโมงต่อ Module และรองรับจำนวนผู้โดยสารได้ 600 คนสำหรับขาเข้า และ 4,000 คนสำหรับขาออกต่อชั่วโมงในปี 2028
  • แบบที่ 5 : Corgan (รูปซ้ายล่าง) ออกแบบให้ Skyport มีลักษณะเป็นเหมือนทางหลวงเส้นยาวที่ทำให้สามารถปรับปรุงอาคารหลังเก่าได้ง่ายและรองรับผู้โดยสารมากมายได้ในขณะเดียวกัน
  • แบบที่ 6 : Bek Group ออกแบบ Skyport (รูปขวาล่าง) โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรวงผึ้งเช่นกัน สามารถรองรับการขึ้น/ลงจอดได้ 150 ครั้งต่อชั่วโมง และสามารถ scale up ได้ถึง 1,000 ทริปต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ดี ไม่เพียงแต่ Uber เท่านั้นที่สนใจใน “Flying Car” แต่ยักษ์ใหญ่หลายบริษัทไม่ว่าจะเป็น Airbus, Boeing และ Kitty Hawk โดยผู้ร่วมก่อตั้ง Google (Larry Page) ก็กำลังอยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาเช่นกัน โครงการ Flying Car อาจดูเหมือนเป็นเพียงความฝันของใครหลายคน รวมถึงสถานี Skyport ยังต้องอาศัยการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามเมืองต่างๆให้พร้อมรับกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีดังกล่าวเสียก่อน เหมือนจะเห็นแสงทองที่ปลายอุโมงค์!! เมื่อมีการเริ่มต้นคิดในวันนี้ ความสำเร็จย่อมตามมาในอนาคตอย่างแน่นอน

 

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน) กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

 

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  theverge.com, cnbc.com, pexels.com, phys.org, usatoday.com

Share this post