เปิดแนวคิด “5R” ที่ธุรกิจต้องทำในช่วงวิกฤติโควิด-19 ระบาด

เมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ไวรัสโควิด-19 ได้เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดทั่วโลก หลังมีการลุกลามไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก และ มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น ในแง่เศรษฐกิจทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถ้วนหน้าแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากมีการประกาศใช้มาตราการต่าง ๆ เพื่อป้องกัน และ หยุดการแพร่ระบาดลง เช่น การ​ห้ามเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก หรือ สถานที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสหนัก บางประเทศต้องยอมปิดประเทศเพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เลวร้ายไปมากกว่านี้ เมื่อธุรกิจตั้งอยู่บนวิกฤติ ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างที่เป็นตามปกติวิสัย สภาวะดังกล่าวจึงทำให้สภาพคล่องทางเศรษฐกิจหยุดชะงักทันที

นี่คือช่วงเวลาที่ทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชน ต้องรีบแก้ไขให้ช่วงเวลาวิกฤติให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์ และ การบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอแผนในการจัดการธุรกิจในช่วงสภาวะฉุกเฉิน หรือ CBS Reform Business Model ) เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ และ แนวคิด “5R” ที่ธุรกิจต้องทำในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด มีดังนี้

1. Re-tool 

การปรับเปลี่ยนการใช้เครื่องมือ และ วิธีการทำงาน เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ไม่ว่าสถานการณ์ในอนาคตอาจทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยี หรือ ระบบใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในธุรกิจ จะเป็นการช่วยการลดความเสี่ยงหากเครื่องมือเดิมที่เคยใช้ไม่มีประสิทธิภาพอีกต่อไป เช่น ในสถานการณ์เช่นนี้จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการรวมตัวกันของคนหมู่มาก การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นการเรียนออนไลน์ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการ Work from home หรือ การเลือกใช้บริการ Food Delivery เพื่อเป็นการเพิ่มระยะห่างทางสังคม (Social Distance) และ ระยะห่างระหว่างบุคคล (Personal Distance) ซึ่งเป็นหลักจิตวิทยาที่นำมาใช้เป็นมาตรการลดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จากทางสาธารณสุข อาจเป็นสิ่งแรกที่องค์กรธุรกิจสามารถปฏิบัติได้ทันที เนื่องจากเป็นวิธีที่สามารถเริ่มทำได้ทันที และ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

2. Re-target

การปรับกลุ่มเป้าหมาย เพราะหากผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเดิมไม่สามารถเข้ามาใช้บริการได้ การเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยใช้สิ่งที่ธุรกิจมีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ น่าจะเป็นทางออกที่ส่งผลดีที่สุดต่อธุรกิจในตอนนี้ เช่น เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องการพักโรงแรม เป็นกลุ่มชาวไทย หรือ คนในพื้นที่ที่มีความต้องการห้องพักรายชั่วโมง ห้องพักรายวัน หรือ หอพักนักศึกษา นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการเลือกใช้สิ่งที่ธุรกิจมีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์

3. Re-business 

การพลิกธุรกิจ ปรับเปลี่ยนตัวเองให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายใหม่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ธุรกิจควรทำ เพื่อเป็นการทำให้ธุรกิจมีรายได้ทางใหม่เพิ่มขึ้น​​ด้วยการพิจารณาว่าธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยนอะไรแล้วเกิดรายได้ เช่น ต่อยอดจากกรณีธุรกิจโรงแรมในส่วนของร้านอาหารที่ไม่มีผู้เข้าใช้บริการ ลองปรับมาเป็นการเข้าไปถึงลูกค้าด้วยบริการการ Food delivery หรือ การสร้างสรรค์เมนูอาหาร 14 วัน 14 เมนู สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องทำการกักตัว (Quarantine) การ Re-business เช่นนี้จะทำให้ธุรกิจมีรายได้จากทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว

4. Re-process ปรับกระบวนการ

ปรับเปลี่ยนขั้นตอนในการเข้าถึงลูกค้า ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อลูกค้าเข้ามาหาเราไม่ได้ ก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าหาลูกค้าแทน เปลี่ยนเป็นการให้บริการเป็นแบบทำงานเชิงรุก (Proactive) แทนการทำงานแบบเชิงตั้งรับอย่างเดียว ทั้งนี้ต้องตั้งอยู่บนมาตรฐานของความปลอดภัย ห่างไกลเชื้อไวรัส และ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในเวลาเดียวกัน ธุรกิจที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เลย  เช่น ในกลุ่มของธุรกิจสปา นวดแผนไทย เสริมความงาม เป็นต้น

5. Re-unite ร่วมมือกัน 

ในช่วงที่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ทุกคนต้องคิดใหม่ทำใหม่ คิดถึงส่วนรวมให้มากกว่าตัวเอง เพื่อช่วยกันประคับประคองให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันให้ได้ ดังนั้น องค์กรธุรกิจต้องร่วมมือกันเดินหน้าไปอย่างไม่หวังผลกำไร เช่น ในช่วงที่ลูกค้าเดินทางไม่ได้ ธุรกิจสายการบินควรยอมให้ลูกค้าคืนตั๋ว ธุรกิจโรงแรมควรเลื่อนการเข้าพัก ธุรกิจจัดอีเว้นท์ควรเลื่อนการจัดงานออกไป และ ทุกธุรกิจต้องหลีกเลี่ยงการรวมกันจำนวนมาก เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค รวมถึงประชาชนทุกคนต้องรับผิดชอบต่อ สังคม ยอมกักตัวเองเพื่อดูอาการ​ และ ให้ข้อมูลตามจริง

ถึงแม้ว่าในห้วงเวลาของวิกฤตินี้จะเป็นเวลาที่ทุกคนต่างหวาดระแวงกลัว แต่ก็เป็นเวลาสำคัญที่ทุกคนต้องตั้งสติ สามัคคี ร่วมแรงร่วมใจร่วมมือกัน ตระหนักถึงแผนสำรองในการดำเนินธุรกิจ และ การดำเนินชีวิต ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องส่วนรวมไม่ใช่เรื่องส่วนตัวให้มากที่สุด เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นสถานกาณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปด้วยกัน

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงบทความจาก thestandard.co, brandbuffet.in.th

อ้างอิงรูปภาพจาก freepik

Share this post