ออสเตรเลีย…ตลาดพลังงานดิจิตอลแห่งแรกในโลก

เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นในทุกๆวัน เราจึงได้เห็นสิ่งประดิษฐ์ สินค้า/บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าเกิดขึ้นมากมาย และที่กำลังเป็นที่พูดถึงในเมืองไทยทุกวันนี้คงหนีไม่พ้นธุรกิจที่สร้างสรรโมเดลธุรกิจใหม่ๆที่สามารถเติบโตและสร้างรายได้แบบก้าวกระโดดหรือที่รู้จักกันดีคือ “ธุรกิจ Startup” ที่เปิดมุมมองใหม่ๆด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สามารถแก้ปัญหา/ตอบโจทย์ลูกค้าและทำให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ ไม่เว้นแม้กระทั่ง ธุรกิจด้านพลังงานสะอาดอย่าง “พลังงานแสงอาทิตย์” ที่กลายมาเป็นธุรกิจซื้อขายได้อย่างไม่น่าเชื่อด้วยฝีมือของกลุ่ม “Energy Tech Startup”

“ออสเตรเลีย” ประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับหกของโลก (เมื่อนับพื้นที่ทั้งหมด) และเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของภูมิประเทศ ทั้งป่าฝนเขตร้อนทางตะวันออกเฉียงเหนือ, ภูเขาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้, ตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออก และทะเลทรายแห้งแล้งในภาคกลาง ทำให้เป็นประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัย แต่ถึงอย่างนั้นด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างทุกวันนี้ ทำให้ออสเตรเลียสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงถึงขั้นทำเงินได้มากมายเลยทีเดียว

ออสเตรเลียจะเป็นประเทศแรกของโลกที่พัฒนา “สถานีพลังงานเสมือนจริง(Virtual Power Station)” ซึ่งเกิดจากการเชื่อมต่อระบบ Rooftop Solar บนหนังคาบ้านเรือนต่างๆเข้าด้วยกันด้วย “Smart Grid” ซึ่งก่อให้เกิดพลังงานมากมายในระบบ ผลที่ตามมาก็คือเจ้าของบ้านเรือนดังกล่าว สามารถนำพลังงานที่ได้จากระบบ Rooftop Solar เหล่านั้น มาทำการค้า/ซื้อขายได้ใน “Digital Marketplace” ซึ่งในปัจจุบันกว่า 1.6 ล้านหลังคาเรือนในออสเตรเลียที่มีการติดตั้งระบบ Rooftop Solar หรือจะเรียกได้ว่า ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีการใช้ระบบ solar  สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประชากรโลกเลยทีเดียว การค้าขายที่สุดแสนล้ำสมัยนี้เกิดจากความร่วมมือของผู้ให้บริการไฟฟ้าหลายรายในประเทศไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ค้าปลีกพลังงาน หน่วยงานด้านพลังงานและกลุ่ม “Energy Tech startup”  โดยได้พัฒนา Decentralized Energy Exchange (deX) ซึ่งเป็น marketplace ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบพลังงานในโลกอย่างมากเพราะสามารถนำไป implement ที่ไหนก็ได้ทั่วโลก

การค้าขายพลังงานที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้ ต้นทุนด้านพลังงานลดลง กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพลังงานทดแทน และทำให้ระบบไฟฟ้ามีเสถีรภาพมากขึ้นเนื่องจากมีพลังงานสำรองตามความต้องการที่สูงขึ้นในบางช่วงเวลา โดย deX จะทำหน้าที่เหมือนไฟจราจรบนท้องถนนที่จะควบคุมการเดินทางของพลังงานที่เกิดขึ้นจากทุกทิศทาง เมื่อใดก็ตามที่จุดไหนมีความต้องการใช้พลังงานสูง คำร้องขอใช้พลังงานจะถูกส่งไปที่ deX  และการแลกเปลี่ยนการใช้พลังงานก็จะเกิดขึ้นระบบการสื่อสารที่แสนชาญฉลาดนี้จะสื่อสารใน marketplace แบบ Real-time และทำให้เกิดการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้จะดูเหมือนว่าบ้านเรือนแต่ละหลังสามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าได้ไม่มากนัก แต่เมื่อรวมกันหลายพันหลานแสนครัวเรือนแล้วก็นับเป็นแหล่งพลังงานที่มีค่ามากขึ้นเช่นกัน

โรงไฟฟ้าเสมือนจริงนี้ถือเป็นแหล่งทรัพยากรที่น่าสนใจมาก ไม่ใช่เพียงเพราะการลงทุนที่น้อยกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าจากถ่านหินมากเท่านั้น แต่เพราะว่ายังสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในบางช่วงที่ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างดีด้วย และที่สำคัญการก่อสร้างโรงไฟฟ้าสักแห่งใช้เวลานาน ในขณะที่ Solution นี้ใช้เวลาเพียง 3-6 เดือนในการ implement เท่านั้น  ซึ่งในอนาคตหากความต้องการไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น การดำเนินการดังกล่าวจะกลายเป็น commitment จากภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยในการลงทุนและทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในระบบพลังงานของประเทศออสเตรเลียในอนาคต ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนแนวทางใหม่ของพลังงานทางเลือกที่มุ่งเน้นเรื่องต้นทุนได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันการใช้ Rooftop Sola ดังกล่าวคิดเป็น 16% ของการสร้างพลังงานทดแทนในออสเตรเลียซึ่งถูกคาดหวังว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 20-50% ในอนาคต หากเป็นจริงได้ เราอาจจะได้เห็นการนำพลังงานทางเลือกดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างอุตสาหกรรมยานยนต์โดยวางนำ Rooftop solar มาประยุกต์ใช้บนหลังคารถยนต์ที่สามารถสร้างแหล่งพลังงานเพื่อขับเคลื่อนยานยนต์ไปตามท้องถนนในอนาคตก็เป็นได้ ใครจะรู้!!

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน)  กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  theguardian.com, thenextweb.com, pexels.com

Share this post