อย่าปล่อยให้ปัญญาประดิษฐ์ แย่งเก้าอี้ทำงานไปจากคุณ

________________________________________________________

ในขณะที่เทคโนโลยี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ AI ที่ฉลาดมาก จนสามารถทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ได้
เราเองก็ควรที่จะพัฒนาทักษะต่าง ๆ เพิ่มศักยภาพที่ AI ไม่สามารถมาแทนเราได้ 
________________________________________________________

ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีความคิด การกระทำเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์อย่างมีเหตุผลและชาญฉลาด สามารถตัดสินใจได้เองด้วยฐานข้อมูลเชิงสถิติที่ถูกป้อนไว้ในระบบ จากผลการสำรวจเว็บไซต์ www.willrobotstakemyjob.com พบว่า 5 อันดับแรกของอาชีพที่ต้องเตรียมตัวรับมือโดยด่วนกับปัญญาประดิษฐ์ที่สามารทำงานแทนได้นั้นคือ Call Center 99%, พนักงานลงบัญชี 98%, พนักงานด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ 96%, พนักงานส่งของ 94% และ พนักงานขายสินค้าในห้างสรรพสินค้า 92%

แน่นอนว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถเข้าใจความเป็นมนุษย์ได้ถึงระดับจิตวิญญาณ คุณธรรม และจริยธรรม ดังนั้นเพื่อไม่ให้ AI สามารถแย่งอาชีพไปจากคุณได้ ทักษะที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้ คือ  5 อาวุธที่คุณจำเป็นต้องมี

1. ทักษะในการนำข้อมูลมาทำให้เห็นภาพ (Data Visualization)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Presentation ที่โดดเด่น ไม่ใช่รูปแบบการนำเสนอด้วยตัวอักษรที่มากมายจนลายตา แต่เป็นการนำเสนอด้วยรูปภาพเพื่อทำให้ผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการสื่อสารได้ง่ายขึ้น เรียกได้ว่าใครทำ Presentation สวย ถูกตาถูกใจ ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

2. ทักษะการสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์ (Communication & Relation skills )

เพราะทุกสายงานและทุกอาชีพ ไม่สามารถขาดทักษะในการสื่อสารได้ เนื่องจากทักษะที่ช่วยให้คุณสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็น การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี การเข้าถึงความรู้สึกของคนรอบข้าง ทักษะในการโน้มน้าวใจ หรือ ทักษะในการเจรจาต่อรอง ฯลฯ ทักษะเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อการดำเนินงาน และการเจรจาธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง

3. ทักษะการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem-Solving skills)

หรือ หน้าที่ในการตัดสินใจเมื่อมีปัญหาที่เกี่ยวโยงกันในหลายด้าน ตราบใดที่ปัญญาประดิษฐ์ยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่มีความซับซ้อน และสามารถใช้สัญชาตญาณในการตัดสินใจได้ AI ก็ไม่สามารถทำหน้าที่นี้แทนมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน

4. ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking skills) 

หรือ การคิดโดยมีการค้นหาผลกระทบของปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีระบบและเป็นขั้นตอน ชี้ถึงเหตุผล กำหนดกลยุทธ์ของขั้นตอนการแก้ไขปัญหา โดยไม่นำอารมณ์และทิฐิมาประกอบการตัดสินใจ เพราะแม้ว่า AI เข้ามามีบทบาทในการใช้ข้อมูลเชิงสถิติได้อย่างมากนั้น สำหรับกระบวนการตัดสินใจที่ต้องมีคุณธรรม และจริยธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ท้ายที่สุดมนุษย์ก็ยังคงเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเสมอ

5. ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

ไม่มีใครไม่เคยได้ยินวลี “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” ที่ไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ เพราะความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความแตกต่างกัน เทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ จึงเกิดขึ้นมาได้  แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์สามารถทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ แต่สำหรับการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์นั้น AI ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน ประกอบกับในปัจจุบัน กระบวนการคิดแบบ Design Thinking ที่ใช้การทำความเข้าใจในปัญหาต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) นำความคิดสร้างสรรค์และมุมมองหลาย ๆ ด้านมาพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน กลายเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการโดยการแข่งขันทางธุรกิจ

เมื่อเก้าอี้ที่คุณนั่งทำงานเริ่มมีความสั่นคลอนจากปัญญาประดิษฐ์ในทุกขณะ หากคุณยังมีความหวังเป็นที่ต้องการขององค์กรท่ามกลางกระแส Digital Disruption นอกจากทักษะ 5 ประการที่กล่าวข้างต้นแล้ว Eager to Learn เพื่อ Drive to Succeed จะสามารถช่วยคุณให้เอาตัวรอดไม่ให้ AI นั่งทำงานแทนคุณได้

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงบทความจาก brandbuffet.in.th, wealthmeup.com

อ้างอิงรูปภาพจาก  pixabay.com, unsplash.com

Share this post