สยามรัฐต้นสัปดาห์ : แค่เก่งยังไม่พอ

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่นายที่ผมเคารพมากที่สุดคนหนึ่งในชีวิตการทำงานใน SCG สอนน้องๆไว้เมื่อ 7 ปีมาแล้ว สิ่งที่นายสอนเป็นจริงอย่างไรในวันนั้น ก็ยังเป็นจริงอยู่ในวันนี้

(1) “จะประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานได้ ต้องมี 3 อย่างประกอบกัน Capability, Acceptability และ Opportunity”

พี่ปราโมทย์ กจญ. SCG Cement (ในขณะนั้น) กล่าวให้น้องๆที่เข้าร่วมสัมมนาโครงการหนึ่งของ SCG ปี 2552 ที่ศูนย์พัฒนาม่วงน้อย ซึ่งสำนักงานการบุคคลจัดขึ้นเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจภาพรวมกลยุทธ์ ธุรกิจขององค์กร และเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของ SCG  รวมถึงการพัฒนาแนวคิดการปรับตัวในการทำงาน และการเสริมสร้างทีม การพัฒนาเครือข่ายในการทำงาน และเรียนรู้การบริหารจัดการจากนอกธุรกิจ และยังให้โอกาสน้องใหม่มีโอกาสพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารระดับสูงอีกด้วย

ผมได้รับเชิญให้ไปเข้าร่วมใน Session ที่เรียกว่า SCG Role Model เป็นการใช้เวลาช่วงเย็นทำกิจกรรมร่วมกันก่อนสังสรรค์รับประทานอาหารและก่อนที่พี่ปราโมทย์จะมาเล่าประสบการณ์และตอบคำถามต่างๆของน้องใหม่

(2) “มีคนถามผมว่าจะเติบโตใน SCG Cement จำเป็นไหมที่จะต้องได้ทุนบริษัทฯ” พี่ปราโมทย์เล่าให้น้องๆฟังในบรรยากาศสบายๆยามแดดร่มลมตก ผมรู้เลยว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร

“ผมตอบได้เลยว่าไม่จำเป็น” คือคำตอบของพี่ปราโมทย์

ที่ผมรู้เพราะพี่ปราโมทย์ก็ไม่ได้เป็นนักเรียนทุนบริษัทฯ แต่สามารถก้าวมาเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดคนหนึ่งได้ในขณะที่นักเรียนทุนอีกหลายๆคนไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน

นั่นนำมาถึงประโยคเริ่มต้นข้างบน

“จะประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าคุณจะจบการศึกษาสาขาใดจากสถาบันไหน ปริญญาเป็นเพียงใบผ่านที่รับรองว่าคุณมีความรู้เบื้องต้นที่จะเข้ามาทำงานได้เท่านั้น”

ผมขอใช้คำไทยตามความเข้าใจของผมเองตามนี้ Capability-เก่ง Acceptability-เป็นที่ยอมรับ Opportunity-มีโอกาส ถ้าลงตัวทั้งสามปัจจัยเมื่อไหร่ ความสำเร็จจะตามมา

อย่างแรกที่เราเองจะต้องมีคือ Capability-เก่ง ถ้าขาดปัจจัยนี้แต่แรกรับรองว่าไม่มีทางไปรอด เก่งในที่นี้ไม่ใช่เรียนหนังสือเก่งแต่คือทำงานเก่ง มีความรู้ความสามารถ ความเข้าใจในงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งไม่มีทางได้มาโดยโชคช่วย แต่ต้องขยันหมั่นฝึกฝน ประยุกต์สิ่งที่เรียนมาใช้กับสถานการณ์งานจริง สั่งสมเป็นประสบการณ์ติดตัว ถ้าขาดสิ่งนี้ไป คงไม่มีใครยอมรับและโอกาสคงไม่เปิดให้

ตามมาคือ Acceptability-เป็นที่ยอมรับ คือเราจะเก่งอยู่ตัวคนเดียวคงเป็นไปไม่ได้ เพราะการเป็นพระเอกแบบข้ามาคนเดียวมันมีแต่ในหนัง ชีวิตการทำงานจริงต้องอาศัยคนรอบข้าง ทั้งผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา ทั้งในหน่วยงานดียวกัน ทั้งนอกหน่วยงาน มิหนำซ้ำเรายังต้องติดต่อประสานงานกับผู้คนภายนอกอีกมากมาย หากไม่สามารถทำให้คน 360 องศารอบตัวเรายอมรับได้ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไปไม่ได้ไกล

จะก้าวไปข้างหน้าให้ถึงจุดหมาย ต้องไปอย่างเป็นที่ยอมรับและสง่างาม

สุดท้ายคือเราต้องมี Opportunity-มีโอกาส เพราะถึงจะเก่งและเป็นที่ยอมรับจากทุกๆคน แต่ถ้านาทีนั้นสถานการณ์ไม่อำนวย องค์กรไม่ขยายตัว สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ตำแหน่งหน้าที่การงานใหม่ๆไม่มี เราก็ไม่สามารถนำความเก่งและการเป็นที่ยอมรับไปแสดงผลงานที่ท้าทายความสามารถมากไปกว่านี้ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสภาวะเช่นนี้จะดำรงอยู่ตลอดไป เพียงแต่จังหวะและเวลายังมาไม่ถึงเท่านั้น เพราะหากเรามีสองปัจจัยแรก โอกาสมาเมื่อใด มีหรือที่เราจะไม่ได้รับ?

มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้เช่นกันว่า คนเราจะประสบความสำเร็จได้ อาศัยปัจจัยสามอย่าง “ตัวเองช่วย คนอื่นช่วย ฟ้าช่วย”

ผมว่า ความเห็นนี้ไม่แตกต่างกัน ตัวเองช่วยก็คือ Capability คือเราเองต้องเก่ง คนอื่นช่วยก็คือ Acceptability เพราะถ้าเราไม่เป็นที่ยอมรับ คนอื่นที่ไหนจะมาช่วยเรา ฟ้าช่วยก็คือ Opportunity คือมีโอกาสให้เราได้รับมอบหมายงานที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้นตามลำดับ

และผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเราเอง

ที่มา สยามรัฐต้นสัปดาห์ ฉบับ 14/2559 โดย คุณสยามรัฐ สุทธานุกูล กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (Internal Communication)

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

รูปภาพจาก pixabay.com (account : unsplash)

Share this post