ว่าด้วยการบริหาร Intelligent Supply chain

____________________________________________________

 In Brief

Intelligent Supply Chain Management ที่ดีสามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร และ
ขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจของคุณได้ แต่ต้องอาศัยการนำเอาเทคโนโลยี
และข้อมูลที่ได้รับมาใช้ให้เป็น !!

___________________________________________________

 

Blockchain (จากบทความเรื่อง “Blockchain” ยุคใหม่ของความโปร่งใสใน Supply Chain), Internet of Things และ Intelligent Supply Chain Management กำลังจะเปลี่ยนแปลงการทำงานของคลังสินค้า ร้านค้าปลีก และ ผู้บริโภค โดย Artificial intelligence (AI) จะมีบทบาทมากขึ้น และ การซื้อผ่านเครื่องช่วยต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า machine-aided purchases เช่น การสั่งซื้อสินค้าด้วยเสียงกับ Alexa (จากบทความเรื่อง “Amazon … ยุคใหม่ของการ Shopping!!”) ของ Amazon กำลังเป็นที่แพร่หลายในหลาย ๆ ครัวเรือนในปัจจุบัน มันถึงเวลาแล้ว ที่เราควรจะต้องลงทุนในเทคโนโลยีทาง Supply chain แต่ก่อนอื่น คุณต้องมีความเข้าใจในองค์ประกอบ และ ความท้าทายต่าง ๆ ของการทำ Intelligent Supply Chain Management ความกลัว และ การจัดการอย่างไม่รอบคอบ จะเป็นตัวสะกัดกั้นความสำเร็จของ Intelligent Supply Chain Management การที่เทคโนโลยีใหม่ ๆ ใช้งานได้ง่าย นั่นแหละที่น่ากลัว โดย Dr. Ravi Prakash Mathur ผู้เชี่ยวชาญด้าน Supply Chain และ Logistics ได้ให้สัมภาษณ์กับ Digitalist magazine ว่า “ถ้าเครื่องจักรสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ (จากบทความเรื่อง “Machine Learning กับการปฏิวัติ Supply Chain”) ก็อาจจะเข้ามา Disrupt การทำงานของเราทั้งหมดได้อย่างไร ตรงนี้แหละครับที่อัลกอริทึมขั้นสูงจะเข้ามามีบทบาทให้เครื่องจักรสามารถปรังปรุงงานอย่างต่อเนื่องได้โดยไม่ Disrupt การทำงานทั้งหมดของเรา”

แล้วเราจะนำเอา intelligent Supply Chain Management มาใช้ได้อย่างไร?

1.ใช้ Big Data และ อัลกอลิทึม ในการพัฒนาการทำงาน : ในที่นี้รวมถึงการใช้ descriptive, predictive, and prescriptive analytics ในการลดโอกาสที่จะมีปัจจัยอื่น ๆ มารบกวนการทำงานของเรา และ ช่วยให้เครื่องมือต่าง ๆ สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา

  • descriptive analytics คือ เป็นรูปแบบของการวิเคราะห์ข้อมูลแบบพื้นฐานที่สุด โดยจะเน้นไปที่ความสามารถในการ อธิบาย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจของคุณ ในช่วงที่ผ่านมา (หรือกำลังเกิดอะไรขึ้น ถ้าได้ข้อมูลที่ปัจจุบันเพียงพอ) และอาจจะสามารถอธิบายได้อีกด้วยว่า “ทำไม” ถึงเกิดขึ้น ระบบสารสนเทศจำพวก รายงานทางธุรกิจ รายงานการขาย ผลประกอบการ ผลการดำเนินงาน
  • predictive analytics คือ รูปแบบการวิเคราะห์ข้อมูลที่ก้าวหน้าขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง โดยเป็นการพยายาม พยากรณ์ สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยใช้ข้อมูลของสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เข้ามาวิเคราะห์ร่วมกับโมเดลทางคณิตศาสตร์ หรือร่วมกับการใช้ เทคนิค data mining สิ่งที่ predictive analytics มอบให้ก็คือ ความสามารถในการวิเคราะห์หาโอกาส และความเสี่ยงของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตัวอย่างหนึ่งของ predictive analytics คือการคำนวณ credit rating score ที่มักใช้โดยสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
  • prescriptive analytics คือ รูปแบบการวิเคราะห์ข้อมูลแบบนี้ ถือว่าก้าวหน้าที่สุด เพราะไม่เพียงแต่จะพยากรณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สาเหตุ และระยะเวลาที่จะเกิดขึ้น แต่ยังสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับทางเลือกที่มี รวมถึงผลที่จะตามมาของแต่ละทางเลือกด้วย อีกหนึ่งองค์ประกอบหนึ่งที่ Prescriptive Analytics มี คือความสามารถในการปรับเปลี่ยนการวิเคราะห์ เมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเพิ่มมากขึ้นPrescriptive Analytics จำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่กว้างขวาง หลากหลายมากกว่าเพียงแค่ข้อมูลในอดีต และตรงประเด็นนี้เองที่มีความเกี่ยวพันกับ Big Data เป็นอย่างมาก

2.ให้การเรียนรู้ของเครื่องจักรทำงานตลอดเวลา : การเรียนรู้ของเครื่องจักร จะช่วยให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานได้อย่างเหมาะสม และ เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา

3.ใช้ระบบอัตโนมัติเท่าที่สามารถทำได้ : เพราะระบบอัตโนมัติ จะช่วยให้เราประหยัดเวลา เอาเวลาไปทำงานอย่างอื่นได้ เพื่อให้ Supply Chain มีคุณค่ากับลูกค้ามากขึ้น

4.นำเอา Internet of Things มาใช้ : Internet of Things นั้นมีความสำคัญมากในแง่ของการจัดการความซับซ้อนใน Supply Chain เนื่องจากลูกค้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป แต่เราต้องพัฒนาตลาดต่างประเทศด้วย ซึ่งการใช้ IoT จะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ดีขึ้น และ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นเช่นกัน

5.ใช้ RFID และ Blockchain ในการพัฒนาการติดตามสินค้า : RFID มีความสามารถในการอ่านข้อมูลของฉลากได้โดยที่ไม่ต้องมีการสัมผัส สามารถอ่านค่าได้แม่นยำแม้ในสภาพที่ทัศนวิสัยไม่ดี ทนต่อความเปียกชื่น แรงสั่นสะเทือน การกระทบกระแทก และสามารถอ่านข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง ซึ่งรวดเร็วและแม่นยำกว่าการใช้บาร์โค้ดอย่างมาก และ Blockchain ก็จะให้ลูกค้ามีมั่นใจในสินค้า ทราบแหล่งที่มาว่ามาจากที่ใด ของดีจริงหรือไม่ และยังสามารถนำมาปรับใช้กับการติดตามสถานะการขนส่งสินค้าได้อีกด้วย

ุ6.ไม่หยุดที่จะพัฒนา : ถึงแม้เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยเราได้ในหลาย ๆ อย่าง แต่อย่าลืมว่าเราต้องเป็นคนออกคำสั่งนะครับ อย่าหยุดอยู่กับความสำเร็จในปัจจุบัน เพราะในอนาคตอาจจะใช้วิธีการแบบนี้ไม่ได้

แล้วหน้าตาของ Intelligent supply chain management ที่ดีจะเป็นอย่างไร หลาย ๆ ท่านอาจสงสัย

Intelligent supply chain management ที่ดีจะเกิดขึ้นได้ เพียงใช้ข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลอย่างเต็มที่ เพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า จนได้รับข้อมูลเชิงลึกที่เราสามารถนำมาพัฒนาการทำงานของเราได้ นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกันของคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ร้านค้า และ ร้านค้าบนออนไลน์ ในทุก ๆ ที่จะต้องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล และ ปรับเปลี่ยนเส้นทางในการเข้าถึงลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะสามารถได้รับสิ่งที่เขาต้องการได้ทุกที่ ทุกเวลา

ทั้งนี้ การเราต้องคิดถึงความต้องการของลูกค้าด้วย ไม่ใช่พิจารณาแต่การลงทุนในสิ่งต่าง ๆ มากมาย แต่ลูกค้าไม่ได้ต้องการ ไม่ได้เห็นความสำคัญ หรือ ไม่ได้ช่วยให้เราตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น เทคโนโลยีที่ดี ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเราขับเคลื่อนองค์กร แก้ไขปัญหา และ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นต่างหาก

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน) กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

 

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  cerasis.com, bzinsight.wordpress.com, pexels.com

Share this post