ไม่ใช่แค่กาย ใจก็ห้ามป่วย วิธีรับมือ ความเครียดสะสมจาก COVID-19

วิธีรับมือความเครียดสะสมจาก COVID-19

เป็นเวลากว่าหลายเดือนแล้วที่เราทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเผชิญหน้าต่อสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ด้วยมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกักตัวอยู่บ้าน การทำงานที่บ้าน การเว้นระยะห่างทางสังคม ในช่วงเวลานี้ หลายท่านอาจประสบกับปัญหา ความเครียดสะสมจาก Covid-19 โดยไม่รู้ตัว เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเครียดทางใจเรื้อรัง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกาย และ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงตามลำดับ วันนี้เรามารู้จักการจัดการความเครียดสะสมที่เกิดขึ้นอย่างถูกวิธีกันดีกว่า

ความเครียดเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยให้มนุษย์เตรียมตัว วางแผน และรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการที่รู้สึกเครียด กังวล กลัว ตื่นตระหนกนั้นถือเป็นสิ่งถูกต้องแล้วในช่วงที่เกิดวิกฤติแบบนี้ เพื่อทำให้ทุกคนหาความรู้ ข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ ในการวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกวิธี แต่เมื่อมีความตื่นตระหนกที่มากจนเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้หลายรูปแบบ เช่น เกิดอารมณ์เปลี่ยนแปลง แปรปรวน หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท สมาธิไม่ดี ทำงานบกพร่องเพราะสูญเสียการตัดสินใจ เป็นต้น ดังนั้น หลักในการจัดการกับความเครียดสะสม มีดังนี้

ติดตามข่าวสารเท่าที่จำเป็น 

จากที่ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลาจากสื่อต่าง ๆ ที่อัพเดตสถานการณ์ตลอดวัน อาจปรับเป็นติดตามข่าวสารวันละครั้งก็เพียงพอ และควรเลือกรับข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ลดการเสพโซเชียลมีเดีย และ ระมัดระวังข่าวปลอม

อย่าทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

ความเครียดสะสมจาก Covid-19 อาจทำให้การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ง่าย เช่น การทำร้ายตัวเอง การลาออกจากงาน การตัดสินใจผิดพลาดทางธุรกิจ เป็นต้น ภาวะอารมณ์ที่ไม่เป็นปกติ ทำให้มีโอกาสตัดสินใจทำสิ่งใด ๆ โดยไม่รอบคอบ คำแนะนำเบื้องต้นคือ ในระหว่างนี้ไม่ควรมีการตัดสินใจในเรื่องใหญ่ ๆ ทั้งสิ้น เพียงประคับประคองให้ผ่านสถานการณ์แต่ละวัน รักษาตัวให้ดี ระวังสุขภาพตนเองอย่าให้ติดเชื้อ COVID-19 ก็เพียงพอ

everyone stresses from Covid-19 even a kid

ใช้ชีวิตอย่างปกติ และ มีคุณค่า

โดยการรับประทานอาหารที่หลากหลาย และ มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันชั้นดีของร่างกาย เชื่อมต่อกับผู้คนด้วยเทคโนโลยี เพราะ การแยกตัวโดดเดี่ยวอาจทำให้ความเครียดมากขึ้น แม้จะห่างกายตามนโยบาย Social Distancing แต่ไม่จำเป็นต้องห่างกัน สามารถโทรคุยกัน หรือจะ VDO Call ให้เห็นหน้ากันบ้าง และหลีกเลี่ยงการพูดถึงวิกฤติการณ์ COVID-19 แต่ให้พูดคุยกันเรื่องที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย และ สร้างเสียงหัวเราะ นาทีนี้การแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ แก่กัน การให้กำลังใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการอย่างมากที่สุดแล้ว อีกวิธีคือการเลือกทำในสิ่งที่สนใจ หรือ ทำงานอดิเรกที่ชอบ  เช่น ออกกำลังกายตามยูทูบแทนการไปฟิตเนส ทำงานบ้าน ทำอาหาร รดน้ำต้นไม้ การหาความรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ปรับทัศนคติของตนเองเมื่อเกิดความรู้สึกลบภายในจิตใจ อย่ากดดันตัวเองเพื่อให้ความรู้สึกนั้นรีบหมดไปเมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกลบ ไม่ต้องพยายามปรับให้เป็นบวก หลักสำคัญคือ การใช้ชีวิต คือ การอยู่บนพื้นฐานความจริง ทำความเข้าใจว่าชีวิตมีทั้งด้านลบและบวก แต่ละวันข่าวร้ายก็มีข่าวดีก็มี และ ยอมรับว่าให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นในชีวิตบ้างก็ได้ เพราะโลกใบนี้ไม่มีอะไรดีที่สุด แม้เราพยายามทำอะไรบางอย่างอย่างเต็มที่ ก็ยังอาจเกิดข้อผิดพลาด สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่เวลาที่จะมาตำหนิตัวเอง หรือ โทษว่าใครทำพลาด คิดไว้เสมอว่าเราได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าผิดพลาดก็เริ่มต้นใหม่

สุดท้ายแล้ว เข้าใจไว้เสมอว่า ความเครียดเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกคน แต่ละคนก็มีวิธีรับมือกับความเครียดที่ต่างกัน วิธีที่ใช้ได้ผลกับคนหนึ่งอาจจะไม่ได้ผลกับอีกคนก็ได้ การรู้วิธีการจัดการความเครียด และ นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันจะช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเอง สามารถเอาชนะปัญหาที่เกิดจากความเครียดสะสมได้ในท้ายที่สุด อย่าลืมที่จะหมั่นตรวจสอบอาการทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์อย่างสม่ำเสมอ และ ปฏิบัติตามคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics
อ้างอิงบทความจาก bangkokhospital.com
อ้างอิงรูปภาพจาก freepik.com

Share this post