ลด Air Freight มา Trade กับ Supply Chain

______________________________________

จากการวิเคราะห์การขนส่งทุก ๆ รูปแบบของตนเองที่ผ่านมา L’Oreal พบว่า การลดการขนส่งทางอากาศจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่ออัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ
มีนโยบายให้ผู้ให้บริการขนส่งของตนลดการขนส่งทางอากาศ แต่เพิ่มการขนส่งทางราง
หรือ ทางเรือ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

            ______________________________________

            L’Oreal เป็นหนึ่งในองค์กรที่มี Supply Chain ที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ด้วยสินค้ากว่า 50,000 SKUs  ใน 5 ปีที่แล้ว จนตอนนี้มีสินค้ากว่า 70,000 SKUs ทั่วโลก ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก ในการที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละปีซึ่งได้ตั้งเป้าว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงกว่า 60% ภายในปี 2020 (เปรียบเทียบกับปี 2005)

วิธีการอย่างนึงในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ได้ ก็คือ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งจากโรงงาน จากศูนย์กระจายสินค้า และ สำนักงานต่าง ๆ แต่สิ่งที่อยากที่สุดนั้น อยู่ที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเครือข่ายการขนส่งของ L’Oreal มากกว่า เพราะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งเพียง 20% หมายถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 358,000 ตันเลยทีเดียว

โดยจากการวิจัยการขนส่งของบริษัทพบว่า การขนส่งสินค้าของ L’Oreal ทั้งหมด มีเพียง 1% เท่านั้นที่ขนส่งผ่านทางเครื่องบิน แต่กลับมีอัตราการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 30% จากอัตราการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด

Credit: L’Oreal at APICS 2018

           และจากการวิจัยยิ่งย้ำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการขนส่งทางเครื่องบินนั้น มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าการขนส่งทางราง 25 เท่า และ มากกว่าการขนส่งทางเรือถึง 170 เท่า นอกจากนี้การใช้รถบรรทุกขนาดเล็กหรือรถตู้ ขนส่งสินค้าในเขตเมืองหรือบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น ก็เป็นแหล่งปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงรองลงมากจากการขนส่งทางเครื่องบินอีกด้วย

Le Tourneau (Supply Chain Standards Director ของ L’Oreal) จึงได้ให้คำแนะนำว่า ให้เราทำการวิเคราะห์ลงในรายละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ในทุก ๆ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กันกับระบบการขนส่งของเรา

อย่างกรณีของ L’Oreal ก็ได้ปรับกระบวนการทาง Supply Chain ของตัวเอง ในแง่ของการขนส่ง จะเน้นทางรางและทางเรือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (การขนส่งด้วยวิธีการนี้ จะใช้เวลามากกว่าวิธีอื่น ๆ ซึ่งต้องอาศัยการพยากรณ์ความต้องการของลูกค้า เพื่อให้เราสามารถขนส่งสินค้าได้ทันเวลา และ ไม่เกิดการเสียโอกาส หรือ ต้นทุนจม) นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนวิธีการขนส่งอย่างเดียว ไม่อาจทำให้เขาบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้ สิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือการใช้พลังงานทดแทนในส่วนต่าง ๆ ของ Supply Chain ด้วย

จะเห็นว่าธุรกิจสมัยนี้ต่างต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะนอกจากจะส่งผลดีต่อโลกของเราแล้ว ยังส่งผลดีต่อธุรกิจอีกด้วย เพราะ Green ก็เท่ากับ Lean ซึ่งส่งผลต่อความยั่งยืนของธุรกิจ

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก supplychaindive.com, pixabay.com

Share this post