รับมืออย่างไร? เมื่อลูกค้าเริ่มปันใจ

________________________________________________

กลยุทธ์ Brand Royalty ในปัจจุบันทำได้ยากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคสมัยนี้ ไม่ยึดติดกับแบรนด์
และ พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ได้ง่าย เมื่อพวกเขาเปรียบเทียบแล้วเห็นผลลัพธ์ว่า
แบรนด์ใดสามารถตอบโจทย์ความต้องการ ความคุ้มค่า ปริมาณ
และ คุณภาพได้ดีกว่า การเปลี่ยนใจไปเลือกใช้แบรนด์อื่น (Switch Brand) ย่อมเกิดขึ้นทันที
________________________________________________

จากการการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 3 หมื่นคน ในภูมิภาคต่าง ๆ จาก 64 ประเทศทั่วโลก โดย บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย)  พบว่า อัตราความ “ไม่” ภักดีต่อแบรนด์ มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ มีเพียง 8% ของผู้บริโภคทั่วโลกเท่านั้น ที่ยังคงเชื่อว่าตนเป็นผู้ที่ภักดีต่อแบรนด์ ผลสำรวจดังกล่าว ทำให้เห็นถึงแนวโน้มของความภักดีต่อแบรนด์ อาจไม่หลงเหลืออยู่แล้วสำหรับผู้บริโภคในยุคนี้ วันนี้เราขอยกตัวอย่างพฤติกรรรม 3 ข้อ ที่ส่อแววว่าลูกค้าของคุณกำลังจะปันใจ

1. นอกใจแบรนด์ที่เคยใช้ เพราะอยากลองของใหม่

กว่า 42% จากแบบสำรวจพบว่าผู้บริโภคชอบลองของใหม่ และ 49% ที่แม้ว่าจะมีแบรนด์ที่ตนเองใช้อยู่แล้ว แต่ก็สามารถเปิดใจลองของใหม่ได้ถ้าแบรนด์นั้นน่าสนใจเพียงพอ การรับมือกับผู้บริโภคที่เสพติดความแปลกใหม่นั้น คุณต้องเสนอตัวเลือกใหม่ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ยึดติดอยู่กับแบรนด์ของคุณ อย่างน้อยให้พวกเขาได้ลองความแปลกใหม่ที่มาจากแบรนด์ของคุณเองย่อมดีกว่าความแปลกใหม่จากแบรนด์อื่นไปเลย

2. ราคามีผลต่อการตัดสินใจ แต่คุณภาพต้องอยู่เหนือราคา

ราคาก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ และ มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อจากผู้บริโภค เพราะ 43% ของแบบสำรวจมองว่าโปรโมชั่นลดราคามีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ แต่ 52% เห็นด้วยกับความคุ้มค่า และ คุณภาพของสินค้า ในเชิงของแบรนด์เอง การจะได้รับความพึงพอใจของผู้บริโภคในระยะยาวนั้น คุณภาพของผลิตภัณฑ์ต้องสมเหตุสมผลกับราคาด้วย ดังนั้น    แบรนด์ต้องหันมาทำการบ้านในเรื่องของคุณภาพของสินค้า เพราะ ความคุ้มค่าของราคา เนื่องจากมีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้แบรนด์ของผู้บริโภค

3. การมีตัวตนบนโลกออนไลน์

เพราะโลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตเราเกือบทุกนาที พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคจึงเปลี่ยนไปเช่นกัน จากเดิมเมื่อต้องการซื้อของก็แค่เดินทางไปซื้อที่ร้านค้า แต่ปัจจุบัน ผู้บริโภคจะมีการหาข้อมูลจากโลกออนไลน์ สอบถามผู้มีประสบการณ์ หรือ อ่านรีวิวแล้วนำมาเปรียบเทียบกัน ถึงจะสามารถตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้

และ จากผลสำรวจยังพบว่า 32% ของผู้บริโภคถูกดึงดูดด้วยแบรนด์ที่สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้ จุดนี้เองที่ชี้ชัดว่าการมีตัวตนบนโลกออนไลน์นั้น มีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคเกิดการทดลอง และ เลือกซื้อแบรนด์ของคุณ จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญมากในปัจจุบันสำหรับธุรกิจต่าง ๆ เพราะมันคือการสร้างภาพลักษณ์ และ ทำให้   แบรนด์ดูมีความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญแบรนด์ของคุณต้องเข้าถึงได้ง่ายด้วย ลองหันมาเลือกใช้กลยุทธ์ Omni-channel เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างช่องทาง Offline (หน้าร้าน) และ ช่องทาง Online จำไว้เสมอว่า ยิ่งตัวตนเราเข้าถึงง่ายแค่ไหน ก็ยิ่งจะทำให้ชนะใจลูกค้าได้มากเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่ต้องการตัวเลือกมากขึ้น และ มีสิทธิ์ในการเลือกมากขึ้น การแข่งขันทางการตลาดบังคับให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องขึ้นเช่นเดียวกัน เพื่อรักษาฐานลูกค้าที่ภักดี และ ต้อนรับลูกค้าที่พร้อมจะเปลี่ยนใจมาเลือกใช้แบรนด์ของคุณ ได้เวลาที่คุณควรทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค “ไร้” ความภักดีต่อแบรนด์ เพื่อทำให้คนที่เปลี่ยนใจไปจากคุณ กลับมามีใจให้คุณอีกครั้ง

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงบทความจาก brandbuffet.in.th, marketingoops.com, globthailand.com

อ้างอิงรูปภาพจาก freepik.com, unsplash.com

Share this post