ทำอย่างไรเมื่อธุรกิจเข้าสู่ยุค “ดิจิตอล”

กระแสของ Digital Transformation และ Tech Startup ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการประกอบธุรกิจในปัจจุบันอย่างมาก โดยจากการศึกษาของบริษัท KPMG หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ค้นพบว่า ประเทศที่มีความเจริญในปัจจุบัน มีสิ่งที่น่าสนใจเหมือนๆกัน คือ การปรับตัวที่นำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในธุรกิจ ไม่ว่าจะเพื่อแก้ไขปัญหาของลูกค้า หรือ เพื่อการเติบโตของธุรกิจในอนาคตก็ตาม

ตัวอย่างเช่น ประเทศจีน ได้มีการวางแผนและมีแนวทางที่ชัดเจน เพื่อเตรียมพร้อมต่อ การเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรม โดยจัดทำเป็นแผนระยะยาว ที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านนวัตกรรม และ บังคับใช้นโยบายต่าง ๆ ที่ส่งเสริมนวัตกรรมในช่วงระหว่างปี 2016 ถึง 2020 ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นมากในประเทศจีนคือ Fintech ที่สามารถนำการเปลี่ยนแปลงต่างๆมาสู่ธุรกิจธนาคารได้ (Fintech มาจากคำว่า Financial และ Technology หมายถึง เทคโนโลยีทางการเงิน หรือ การนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจการเงิน ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรม ตู้ ATM หรือ การทำธุรกรรม online ต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนทำให้ผู้ใช้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น รวดเร็วขึ้น ประหยัดขึ้น)

ซึ่ง Fintech ได้เข้ามา disrupt ธนาคารต่างๆ ไม่เพียงแต่ในประเทศจีนเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศไทยด้วย เพราะการเพิ่มขึ้นของ Fintech ส่งผลให้การทำธุรกรรมต่างๆ ที่เดิมทีจะต้องทำที่ธนาคาร สามารถทำผ่านโทรศัพท์ smartphone แท็บเล็ต หรือ คอมพิวเตอร์แทนได้ ส่งผลให้ธนาคารต่าง ๆ ทำการปิดสาขาลง (คนไม่จำเป็นที่จะต้องไปธนาคารก็สามารถทำธุรกรรมได้) จากข้อมูลปี 2559 พบว่า ธนาคารในประเทศไทย มีการปิดสาขามากถึง 42 สาขา ซึ่งนายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ในช่วงที่ผ่านมาเห็นการปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์ มาเป็นระยะ ๆ และคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้และในปีหน้า เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ต้องปรับตัวรับทิศทางของรูปแบบเศรษฐกิจดิจิตอล และที่ผ่านมาต้นทุนสาขาของธนาคารจะสูงกว่าช่องทางบริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มาก”

ทั้งนี้ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Fintech เข้ามามีบทบาทอย่างมากในปัจจุบัน เป็นผลมาจากการเติบโตของระบบธุรกิจการค้าออนไลน์ หรือ e-Commerce นั่นหมายความว่า พฤติกรรรมของคนไทยหันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ซึ่ง Fintech จะเข้ามามีบทบาทในการอำนวยความสะดวกในการชำระค่าสินค้า/บริการต่าง ๆ

และด้วยการทำธุรกิจ e-commerce ปัจจุบันมีความซับซ้อนและรายละเอียดต่าง ๆ มากกว่าสมัยก่อน เพราะโมเดล e-commerce เป็นเหมือนคู่ธุรกิจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ใช่เป็นเพียง incentive สำหรับลูกค้าในการซื้อสินค้าจากร้านค้าใดร้านหนึ่งเท่านั้น ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น รวมไปถึงความชัดเจนและความโปร่งใสในการทำธุรกิจ ก็สามารถทำให้ผู้บริโภคเกิด brand loyalty ได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า Digital Transformation ได้เข้ามามีบทบาททำให้ธุรกิจหันมาใช้ช่องทาง e-Commerce กันเป็นจำนวนมาก เพราะทุกธุรกิจมีโอกาสที่จะถูก Disrupt ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะมีประสบการณ์ หรือ มีชื่อเสียงแค่ไหน แต่หากไม่ปรับตัว ก็จะถูกคนอื่นเข้ามา Disrupt ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ Walmart ร้านค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ถูก Digital เข้ามา Disrupt ธุรกิจ ทำให้ต้องแพ้ให้กับ Amazon ที่ได้มีการส่งเสริมเรื่อง Digital และเตรียมความพร้อม และ ปรับตัว เป็นเจ้าแรก ๆ ในการขายสินค้า online จนในปัจจุบัน ได้มีนวัตกรรมต่าง ๆ มากมาย จนทำให้ Amazon สามารถขึ้นมาเป็น retailer อันดับ 1 ของโลกได้นั้นเอง

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน) กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  techsauce.co, prachachat.net, pexels.com

Share this post