ดัน ธุรกิจความงามโกอินเตอร์ อย่างไรให้ง่าย

growing beauty business overseas

หลังจากที่สถานการ์ณโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลงให้เราได้กลับมาใช้ชีวิตแบบผ่อนคลายกันมากขึ้นแล้ว ส่วนใหญ่กิจกรรมที่ผู้บริโภคจะเลือกทำในช่วงคลาย Lockdown ก็มักจะเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้ทำตอน Lockdown นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น การออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน การเดินช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า การออกกำลังที่ฟิตเนส การสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อน เป็นต้น

จากผลการวิจัยจาก Kantar (คันทาร์) ผู้นำด้านข้อมูลเชิงลึก และ ที่ปรึกษาทางการตลาดระดับโลก พบว่า กิจกรรมอันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคคิดจะทำ คือ การปรนนิบัติผิว หรือ การบำบัดทางร่างกาย (Beauty Therapy) ที่ช่วยทำให้ผ่อนคลายง่าย ๆ เลย คือ การบำรุงผิวพรรณด้วยผลิตภัณฑ์ความงามต่าง ๆ นั่นเอง เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยผลักดัน ธุรกิจความงามโกอินเตอร์ ได้แต่ก่อนอื่น ในธุรกิจผลิตภัณฑ์ด้านความงาม เครื่องสําอาง ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่กำลังจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ วันนี้เรามีทริคดี ๆ มานำเสนอเกี่ยวกับวิธีการดัน ธุรกิจความงามโกอินเตอร์ อย่างไรให้ง่าย ผ่านการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์ความงามไปยังต่างประเทศ มาฝากกันค่ะ

1. เข้าใจกฏระเบียบ และ ข้อบังคับทางตลาดของประเทศนั้น ๆ

เนื่องจาก กฎระเบียบ และ ข้อบังคับของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ดังนั้น ผู้ประกอบการควรศึกษา ทำความเข้าใจกฎระเบียบ และ ข้อบังคับของประเทศปลายทางที่ต้องการส่งสินค้าไปจำหน่าย หากไม่ทำการศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ มีสิทธิ์เป็นไปได้ที่คุณจะเสียค่าปรับ หรือ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน ผลกระทบที่ตามมานั้น คือ สินค้าจะถูกดำเนินการจัดส่งไปยังลูกค้าปลายทางอย่างล่าช้า หรือ มีโอกาสที่สินค้าจะถูกตีกลับมาที่คุณ นั่นเท่ากับเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อแบรนด์ของคุณ และ ลูกค้าแล้ว ซึ่งลูกค้าอาจจะจดจำภาพแบรนด์ของคุณไปในทิศทางที่ไม่ดี และ ไม่อยากกลับมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณอีก

2. หน่วยงานศุลกากรท้องถิ่นสำหรับ SME

ถึงแม้ว่าสินค้าจะถูกส่งถึงประเทศปลายทางแล้ว ก็ยังวางใจไม่ได้ในทันที เพราะกระบวนการทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อกําหนดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น เราสามารถขอรับคำปรึกษาจากหน่วยงานศุลกากรท้องถิ่นได้ฟรี ซึ่งตรงนี้สามารถทำให้หายกังวลใจได้เลย นอกจากขั้นตอนทุกอย่างจะเป็นไปตามหลักการปฏิบัติ ข้อกำหนด และ กฎระเบียบ ของประเทศนั้น ๆ ยังช่วยลดโอกาสในการตีกลับของสินค้า และ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทางธุรกิจของคุณได้อีกด้วย

3. หาตัวช่วยจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร

shipping products overseas with SCG Logistics

ส่วนใหญ่แล้วผู้ประกอบการในประเทศไทยมักเลือกใช้รูปแบบการส่งออกสินค้าที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบจัดการในการดำเนินการด้านพิธีศุลกากรในประเทศปลายทางทั้งหมดเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ ดังนั้น ปัญหาหลังบ้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการด้านพิธีศุลกากร ภาษีอากรต่าง ๆ กลายเป็นปัญหาที่ชวนให้คุณปวดหัวได้ทุกเมื่อ การเลือกใช้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีต่อธุรกิจของคุณ ด้วยความเชี่ยวชาญในการให้บริการการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งทางเรือ ทางเครื่องบิน ทางรถ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยราคาที่แข่งขันได้ภายใต้การจัดการการขนส่งแบบมืออาชีพ ทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าถึงจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็ว และ ปลอดภัย การดำเนินพิธีการศุลกากร และ การให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องสิทธิประโยชน์แก่ผู้นำเข้าส่งออก การจัดทำเอกสารสำหรับการนำเข้าส่งออก การเลือกใช้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบนี้ จะช่วยคุณตัดปัญหาความยุ่งยากต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถโฟกัสความสำคัญของการเพิ่มยอดขายทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

4. ขายผ่านผู้จัดจำหน่ายในพื้นที่

อีกวิธีที่สามารถลดความวุ่นวายของปัญหาการส่งออกสินค้าได้นั้นคือ การเลือกจำหน่ายผ่านผู้จัดจำหน่ายในพื้นที่ เนื่องจากผู้จัดจำหน่ายโดยทั่วไปจะมีประสบการณ์ตรง ซึ่งคุณสามารถใช้วิธีนี้ในการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น เพราะ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะชำนาญ และ เชี่ยวชาญในทุกเรื่อง เรื่องบางเรื่องอาจจะต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญมากกว่าเข้ามาร่วมกันทำเพื่อจูงมือกันประสบความสำเร็จด้วยกัน หรือ ที่เรียกว่าการ Collaboration ถึงแม้ว่าการมีพาร์ทเนอร์ด้านการจัดจําหน่ายเพิ่มเข้ามา อาจทําให้สัดส่วนกําไรของลดลงได้ แต่ก็แลกกับการช่วยให้คุณได้ขยายธุรกิจด้วยการส่งออกสินค้าได้เป็นจำนวนที่มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนั่นทำให้คุณสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศใหม่ๆได้อย่างราบรื่นอีกด้วย

 5. ออกจาก Comfort Zone เพื่อการเติบโตของธุรกิจ

สุดท้ายแล้วประสบการณ์การทำธุรกิจต่าง ๆ จะทำให้เราเติบโตขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง เมื่อถึงวันที่เรามีความรู้และประสบการณ์ด้านการส่งออกเรื่องพิธีศุลกากร และ กฏระเบียบการนำเข้าในแต่ละประเทศปลายทางแล้ว ก็ต้องกล้าเริ่มขยายธุรกิจของตนไปยังตลาดใหม่ ประเทศใหม่ อย่ายึดติดอยู่แค่ Comfort Zone ที่เรามี เพื่อการเติบโตของธุรกิจในลำดับต่อไป

อ้างอิงรูปภาพ และ บทความจาก : smethailandclub.com, unsplash.com, freepik.com

Share this post