จากเมืองสู่เมือง ข้ามทวีปภายในไม่ถึงชั่วโมง

____________________________________________________

In Brief

ในอนาคตเราสามารถเดินทางระหว่างเมืองต่างๆทั่วโลกโดยใช้เวลาไม่กีนาที นิวยอร์กไปเซียงไฮ้ 39 นาที  ในขณะที่ดูไบไปลอนดอนเพียง 29 นาที ด้วยนวัตกรรมยานพาหนะแห่งอนาคต “The SpaceX’s BFR”  

“Anywhere on the planet in under an hour”
___________________________________________________

ความพยายามที่จะใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนานวัตกรรมการขนส่ง อย่างเช่น “Autonomous Car/Truck” ต่างทำให้ทุกคนมีความหวัง ว่าการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์จะมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากอุบัติเหตุที่ส่งผลมาจากการขนส่งมากมายมหาศาลทั่วโลก เช่นเดียวกับความหวังที่จะเดินทางไปสำรวจและค้นพบ “โลกใหม่” ที่มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เช่นกัน และนั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นของโครงการสุดอลังการของ Elon Musk, นักธุรกิจ หรือจะเรียกอภิมหาเศรษฐี ผู้ทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน-แคนาดา และยังเป็นวิศวกร/นักประดิษฐ์ผู้ก่อตั้งและบริหารของบริษัทสเปซเอ็กซ์  (SpaceX) และเทสลามอเตอร์ส ผู้ซึ่งจุดประกายความคิดระบบขนส่งความเร็วสูงที่รู้จักกันดีในนาม “ไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) และเครื่องบินใบพัดขับเคลื่อนไฟฟ้าเหนือเสียงแบบขึ้นลงทางดิ่ง” และโครงการอื่นๆอีกมากมาย หนึ่งในโครงการ SpaceX ที่จะกล่าวถึงวันนี้คือ “BFR” (Big Falcon Rocket) จรวดความสูงรวมประมาณ 106 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 เมตร ที่ Elon Musk กำลังพัฒนาให้สามารถเดินทางไปยังดาวอังคารได้จริงภายในปี 2022 และยังต่อยอดให้สามารถเดินทางไปยังเมืองต่างๆทั่วโลกได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง!!

“BFR” เรียกได้ว่าเป็นจรวดอีก Generation ของ SpaceX (ถัดจากจรวดตระกูล Falcon ทั้งหลาย) ที่จะถูกปล่อยออกเพื่อทดลองภายในปีนี้ และใช้งานจริงภายในปี 2022 แต่ก่อนที่ BFR จะสามารถเดินทางไปยังดาวอังคารได้จริงนั้น การเดินทางไปยังดวงจันทร์จะต้องเกิดขึ้นก่อน เนื่องจากการเดินทางจากโลกไปยังดวงจันทร์ของ BFR ไม่ต้องอาศัยการเติมเชื้อเพลิงใดๆ ทำให้สามารถสร้างสถานี “Moon Base Alpha” ที่ดวงจันทร์ได้ หรือกล่าวได้ว่า Concept ของ BFR คือจรวดขนาดเล็กกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า และนั่นทำให้ต้นทุนการพัฒนาถูกกว่า ในส่วนของความจุสินค้านั้น BFR สามารถรองรับการขนสินค้าได้ถึง 150 ตัน (เมื่อเทียบกับ Falcon Heavy รุ่นก่อนที่ได้เพียง 30 ตัน) และสามารถนำ BFR กลับมาใช้งานได้อีก และด้วยเครื่องยนต์ที่มากขึ้น ทำให้ BFR มีความเสถียรเทียบเท่ากับเครื่องบินซึ่งสามารถลงจอดได้แม้จะสูญเสียเครื่องยนต์แล้วก็ตาม และที่สำคัญ BFR ไม่ต้องการ “ขา” ในการลงจอดเหมือนจรวดทั่วไป ซึ่งนั่นนั่นจะทำให้จรวดสามารถถูกใช้งานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อการเดินทางของมนุษย์ไปยังดาวอังคารได้หลายครั้งในหนึ่งวัน

หากความตั้งใจของ Elon Musk ในครั้งนี้เป็นจริง “BFR” จะกลายเป็นยานพาหนะที่ทำให้เกิดการปฏิวัติการเดินทางครั้งสำคัญของโลก การใช้จรวด “BFR” ที่มีความเร็วสูงถึง 18,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะทำให้เราสามารถเดินทางไปทั่วโลกได้ในเวลาไม่กี่นาที Elon Musk ได้พูดถึงโครงการนี้ในการประชุมครั้งที่ 68 ของ International Astronautical Congress 2017 ที่ประเทศออสเตรเลีย เช่น การเดินทางระหว่างมหานครนิวยอร์กไปยังเมืองเซียงไฮ้ ประเทศจีน จะใช้เวลาเพียง 39 นาที  ในขณะที่จากเมืองดูไบไปลอนดอน ใช้เวลาเพียง 29 นาที เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่า Elon Musk จะต้องพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายต่อที่นั่งที่สามารถปฏิบัติได้จริง และมันถูกกล่าวถึงว่า น่าจะอยู่ราวๆที่นั่งตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดเลยทีเดียว

ตาม Timeline ของ Elon Musk นั้น SpaceX จะต้องสามารถขนส่งสินค้าไปยังดาวอังคารได้จริงในอีก 5 ปีข้างหน้า และในปี 2024 การส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารจะเริ่มขึ้น ซึ่งภารกิจในปี 2022 นั้น ก็เพื่อสำรวจทรัพยากรณ์น้ำและแร่ธาตุรวมถึงทดสอบระบบสนับสนุนการดำรงชีวิต และหลังจากนั้นในปีถัดๆมา (2024) จะสร้างเหมืองแร่เพื่อผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ สำหรับสร้างเป็นพลังงานเชื้อเพลิง (เมื่อคาร์บอนฯทำปฏิกิริยากับน้ำซึ่งประกอบด้วยออกซิเจนและไฮโดรเจน ก็จะได้ออกซิเจนและมีเทนซึ่งสามารถใช้เป็นพลังงานให้กับเครื่องยนตร์ของ BFR นั่นเอง)

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน) กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก futurism.com, engadget.com, nextwider.com, e27.co

Share this post