จับตา “Food on Demand” โมเดลธุรกิจขนส่งอาหารที่กำลังมาแรง!!

Morgan Stanley; บริษัทให้บริการทางการเงินระดับโลกของสหรัฐอเมริกา; ได้ประมาณการณ์ตลาดของธุรกิจการขนส่งอาหารที่กำลังเติบโตในปัจจุบันว่ามีมูลค่าสูงถึง 10 พันล้านเหรียญสหรัฐ และยังจะโตอย่างต่อเนื่องในอนาคตอย่างแน่นอน บรรดาธุรกิจ Startup ต่างหันมาสนใจในตลาดนี้กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการสั่งซื้ออาหารกลับบ้านออนไลน์ การสั่งซื้อวัตถุดิบสำเร็จสำหรับปรุงอาหาร หรือแม้แต่การสั่งซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ซึ่งโมเดลธุรกิจดังกล่าวเป็นที่ต้องการในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นอย่างเมืองใหญ่ๆในสหรัฐอเมริกาที่ยอมเสียเงินเพื่อแลกกับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน

“Grubhub” หนึ่งในตัวอย่างของธุรกิจดังกล่าวที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นแพลตฟอร์มการจัดส่งอาหารจากร้านอาหารไปยังลูกค้าที่รอคอยอยู่ที่บ้าน ซึ่งนอกจะทำให้ลูกค้าสะดวกสบายในการรับประทานอาหารที่ตนชื่นชอบตลอด 24 ชั่วโมงต่อวันแล้ว ยังช่วยให้ร้านอาหารมีรายได้มากขึ้นจากการรองรับลูกค้าจำนวนมากกว่าที่นั่งภายในร้านอีกด้วย Grubhub เป็นธุรกิจ startup ที่ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2004 โดย co-founder 2 คนนามว่า Michael Evans และ Matt Maloney ปัจจุบันให้บริการส่งอาหารกว่า 5.6 พันล้านคำสั่งซื้อ หรือประมาณ 234,700 คำสั่งซื้อต่อวัน ด้วยเครือข่ายร้านอาหารกว่า 35,000 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกาที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจและแน่นอนกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Grubhub ประสบความสำเร็จอย่างมากนอกจากจะเป็นโมเดลธุรกิจที่ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ในสมัยนั้นแล้วยังเป็นผลมาจากกลยุทธ์ในการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอให้กับร้านอาหารคู่ธุรกิจ และรวมถึงสามารถโฆษณา/ทำโปรโมชั่นส่วนลดราคาต่างๆได้อีกด้วย

อีกหนึ่งตัวอย่างของ Food on Demand ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องและให้บริการในประเทศต่างๆทั่วโลก  “UberEats”  ซึ่ง Uber ได้มองเห็นถึงความต้องการการขนส่งอาหารมาได้สักพักหนึ่งแล้ว และเมื่อเครือข่ายของตนเองครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ จึงถึงที่ Uber จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการขนส่งอาหารรายใหญ่ของโลก โดยวันที่ 18 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา Uber ประกาศว่า บริการขนส่งอาหาร UberEats ได้ขนส่งอาหารให้กับร้านอาหารทั่วโลกกว่า 46,100 ร้าน เติบโตขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมปี 2559 ทำให้ UberEats วางกลยุทธ์การเติบโตไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยล่าสุด UberEats ได้ให้บริการแล้วกว่า 71 เมือง ใน 24 ประเทศ

ร้านอาหารที่เป็นคู่ธุรกิจกับ UberEats ส่วนใหญ่กว่า 60% อยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันที่รุนแรงมาก ทั้งจาก startup รายอื่น ๆ อย่าง Postmates และ DoorDash บริษัทรายใหญ่อย่าง GrubHub หรือแม้แต่คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดอย่าง Amazon แต่ละรายมีความแข็งแกร่งในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น  GrubHub ก็จะมีความแข็งแกร่งใน New York และ Chicago ในขณะที่ Postmates แข็งแกร่งใน Los Angeles เป็นต้น ซึ่งนั่นทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเข้มข้นในธุรกิจการขนส่งอาหารในทุกวันนี้

UberEatsจึงพยายามผลักดันและขยายการให้บริการไปยังประเทศอื่นๆเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่น แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และ บราซิล UberEats มุ่งจะขยายต่อไปในประเทศ เกาหลีใต้ และ อินเดีย ในขณะที่ GrubHub คู่แข่งคนสำคัญยังมุ่งมั่นอยู่แค่ในสหรัฐอเมริกาและลอนดอนเท่านั้น ด้วยแอพพลิเคชั่น ที่ต้องดาวน์โหลดแยกจากแอพพลิเคชั่นหลักอย่าง Uber ทำให้ UberEats ต้องมีลักษณะอื่น ๆ ที่จะดึงดูด และ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ช่วยอำนวยความสะดวกทั้งผู้ซื้อ และ ผู้ขาย โดยล่าสุด UberEats มีแผนที่จะเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ ลงไปในแอพพลิเคชั่น อย่าง ร้านอาหารแนะนำ การกรองหาร้านค้าขั้นสูง การจัดส่งอาหารตามความต้องการ และ การติดตามสถานะสินค้า

จะเห็นได้ว่าบริษัทที่ประสบความสำเร็จมากๆ อย่าง Uber ก็ต้องต่อยอดธุรกิจของตัวเอง มองหาโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อให้บริษัทสามารถสร้างผลประกอบการที่น่าพอใจอย่างต่อเนื่อง เตรียมรับต่อการแข่งขันที่มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต หากไม่เตรียมพร้อมล่วงหน้า เมื่อใดที่คู่แข่งเข้ามา ก็จะไม่มีความแตกต่างที่ดึงดูด หรือ ทำให้ลูกค้าสนใจใช้บริการของเราต่อไป เช่นเดียวกันกับธุรกิจอื่น ๆ การดูแนวโน้มของตลาด และ การนำเอาสินทรัพย์ที่บริษัทมีอยู่มาต่อยอด ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้ ก็จะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และอยู่รอดเป็นผู้นำอย่างยั่งยืน

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน) กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก forbes.com, mashable.com, businessinsider.com, nextjuggernaut.com, pexels.com

Share this post