จัดการการขายออนไลน์ หลายช่องทางสำหรับมือใหม่

การขายของออนไลน์นั้น ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของหลาย ๆ ธุรกิจ โดยจากการคาดการณ์ของ marketplace ระดับโลก คาดการณ์ว่าตะมีลูกค้ามากถึง 2000 ล้านคนภายในปี 2021 หลาย ๆ องค์กรมองเห็นโอกาสนี้ หันมาขายผ่านออนไลน์กับหลาย ๆ marketplace ซึ่งการขายออนไลน์หลาย ๆ ช่องทางแน่นอนว่าออเดอร์ก็จะมาแยกกัน ยิ่งขายหลายช่องทาง ยิ่งต้องคอยตรวจดูออเดอร์หลายที่ โอกาสหลุดก็จะมีมากกว่าขายช่องทางเดียว ธุรกิจหรือร้านค้า จึงจำเป็นต้องมีวิธีการ จัดการการขายออนไลน์ หรือ เครื่องมือและกระบวนการในการจัดการกับออเดอร์ในแต่ละช่องทาง หรือ ถ้าลงทุนหน่อย ใช้เครื่องมือแบบอัติโนมัติจะทำให้การจัดการออเดอร์ สินค้าคงคลัง ข้อมูลลูกค้า และ การเตรียมออเดอร์สำหรับจัดส่ง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

1. การจัดการสินค้าคงคลัง

หนึ่งในปัญหาคลาสสิคในการ จัดการการขายออนไลน์ ก็คือ การจัดการกับสินค้าคงคลัง เป็นอะไรที่ท้าทายมาก ๆ เวลาเราขายหลายช่องทาง เพราะเราต้องแยกสินค้าคงคลังไว้สำหรับแต่ละช่องทาง ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่มีระบบที่รวมสินค้าคงคลังเข้าด้วยกัน โอกาสเกิดปัญหาจะสูงขึ้นมากไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าขาดสต็อก เสียต้นทุนค่าเสียโอกาส และ ต้นทุนส่วนเพิ่มอื่น ๆ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายมาก

  • สินค้าคงคลังไม่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าที่จริง ๆ ขายหมดแล้ว แต่ระบบหน้าร้านโชว์ว่าสินค้าพร้อมส่งอยู่
  • สินค้าคงคลังในช่องทางหนึ่งขายหมดแล้ว แต่อีกช่องทางยังเหลืออยู่ ทำให้ไม่สามารถขายลูกค้าข้างช่องทางได้ เกิดเป็นต้นทุนค่าเสียโอกาส
  • ทำให้การจัดการพื้นที่สต็อกสินค้าไม่มีประสิทธิภาพ เพราะรายงานสินค้าคงคลังของเราไม่ถูกต้อง และ ไม่ real-time บางทีของจริง ๆ ไม่อยู่แล้ว แต่ในรายงานยังแสดงว่าของมีอยู่ ทำให้เสียพื้นที่ไปโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์
  • ปัญหาสำคัญที่สุดคือ การขนส่ง เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าแล้วย่อมต้องการสินค้าโดยเร็วที่สุด แต่ถ้าของหมด เราก็ส่งให้ลูกค้าไม่ได้ สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าอีก

เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ คุณจำเป็นต้องหาเครื่องมือในการบริหารสินค้าคงคลังที่รวมเอาสินค้าคงคลังของแต่ละช่องทางไว้ด้วยกัน และ อัพเดตสินค้าคงคลังแบบ real-time เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดคำสั่งซื้อ

2. การบันทึกข้อมูล

 ในการจัดการคำสั่งซื้อนั้น มีข้อมูลที่ต้องป้อนเข้าไปในระบบเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลในการจัดส่งสินค้า รายละเอียดคำสั่งซื้อ คำขอพิเศษอื่น ๆ จากลูกค้าอีก การทำทุกขั้นตอนแบบนี้แบบ manual นั้น นอกจากจะใช้เวลามากแล้ว โอกาสเกิด Human Error นั้นมีสูง นั้นทำให้หลาย ๆ ร้านค้ายอมลงทุนระบบบันทึกข้อมูลอัติโนมัติ
ซึ่งการเอาระบบอัติโนมัติมาใช้กับขั้นตอนการบันทึกข้อมูล สามารถช่วยเราได้หลายอย่าง

  1. การสร้างใบขนส่งอัตโนมัติโดยระบุรายละเอียดสถานที่ขนส่ง วิธีการขนส่ง และ คำขอพิเศษอื่น ๆ จากลูกค้าจากทุก ๆ ช่องทางการขายจะช่วยประหยัดเวลาเราได้มาก
  2. ส่งรหัสติดตามสินค้าให้กับลูกค้าโดยอัตโนมัติทาง email หรือ SMS ทันทีที่ส่งสินค้า ช่วยให้ลูกค้าติดตามสินค้าได้ง่าย ไม่ต้องรอให้เราส่งให้ทุก ๆ สิ้นวัน
  3. ถ้าคุณให้ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนออเดอร์ตามความต้องการของแต่ละคนได้ (Customization) การใช้ระบบบันทึกข้อมูลอัตโนมัติจะช่วยให้คุณจัดการกับคำสั่งซื้อของลูกค้าได้อย่างเป็นมาตรฐาน เนื่องจากระบบจะบันทึกข้อมูลเป็น format ที่ดูง่าย เข้าใจง่าย ป้องกันการเข้าใจผิดได้

3. การยืนยันคำสั่งซื้อ

ข้อความยืนยันการสั่งซื้อและข้อความการจัดส่ง ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและป้องกันการติดต่อลูกค้าที่ไม่จำเป็น ซึ่งสามารถทำงานแบบอัตโนมัติโดยใช้ email หรือแพลตฟอร์มส่งข้อความ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลถูกส่งถึงลูกค้าโดยที่คุณไม่ต้องพิมพ์บอกลูกค้าทีละคน โดยเฉพาะยิ่งขายหลายช่องทาง หลายกลุ่มเป้าหมาย คุณสามารถใช้แพลตฟอร์มส่งข้อความ ปรับเปลี่ยนข้อความตอบกลับของคุณสำหรับแต่ละช่องทางการขายได้ ซึ่งจะทำให้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้ดีขึ้น และจากสถิติแล้ว การส่งข้อความยืนยันการสั่งซื้อทาง email มีอัตราการเปิดอ่านมากกว่าการส่ง email เพื่อการตลาดแบบอื่น ๆ ถึง 8 เท่า

            ฉะนั้นคุณสามารถใส่ข้อความยืนยันคำสั่งซื้อ และ รหัสติดตามสินค้าไว้ในช่วงต้นของ email และ ใส่ข้อความขอบคุณลูกค้า แนะนำสินค้าใหม่ หรือ แคมเปญการตลาดอื่น ๆ อยู่ในอีเมลล์ในช่วงท้ายได้ 

4. การส่งสินค้า

ลูกค้าในสมัยนี้ต้องการที่จะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากทุก ๆ ช่องทางการขายของคุณ ซึ่งทางเลือกในการส่งสินค้าก็เป็นส่วนสำคัญ อย่าลืมว่าคุณคือร้านร้านเดียว ถึงจะขายหลายช่องทางก็ตาม ดังนั้นทางเลือกการขนส่งสินค้า หรือแม้แต่ราคาค่าขนส่งเอง ก็ควรจะเท่ากันในทุก ๆ ช่องทางการขาย เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาค่าขนส่งไม่เท่ากัน หรือ ตัวเลือกในการขนส่งสินค้าไม่เหมือนกัน เช่น แพลตฟอร์มนี้ส่งภายใน 3 วัน แต่อีกแพลตฟอร์มนึงส่งภายในวันรุ่งขึ้น ลูกค้าจะเกิดความไม่เข้าใจ และจากสถิติพบว่า 53% ของลูกค้าจะยังไม่ซื้อสินค้าหากมีความไม่เข้าใจ

สรุป

การจัดการคำสั่งซื้อที่มีประสิทธิภาพจากการขายออนไลน์หลายช่องทาง จำเป็นจะต้องมีระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วย และ วางแผนกระบวนการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบลูกค้า การขายสินค้า การจัดการคำสั่งซื้อ และ กระบวนการอื่น ๆ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละกระบวนการ และ ลดโอกาสในการเกิด Human error  ความต่อเนื่องเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า การจัดการคำสั่งซื้อจากหลายช่องทางการขาย ควรจัดลำดับความสำคัญในการให้บริการที่สะดวก ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง และ อัพเดตให้ลูกค้ารู้

ระบบอัตโนมัติที่สามารถช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้นนั้นเค้ามีชื่อเรียกว่า API (Application Programming Interface) โปรแกรมที่ช่วยเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างเว็บไซต์แบบอัตโนมัติ จัดการคำสั่งซื้อ พร้อมระบุรายละเอียดคำสั่งซื้อ การส่งสินค้า และ อัพเดตสินค้าคงคลังแบบ real-time ร้านค้าเองจะสะดวกสบายมากขึ้น สามารถขายสินค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลปัญหาหลังบ้าน และ ที่สำคัญ เมื่อเราไม่ต้องทำงานที่ใช้เวลามากแบบนี้แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ เราสามารถนำเวลาเหล่านั้นมาพัฒนาการตลาด การส่งเสริมการขายให้สินค้าของเราขายดียิ่งขึ้นได้อีก

            ซึ่ง Fulfillment by SCG Logistics นั้นสามารถช่วยเหลือลูกค้าในการขายของออนไลน์ได้ทั้งหมด ตั้งแต่การ API ข้อมูลคำสั่งซื้อจากช่องทางต่าง ๆ การสต็อกสินค้า การแพ็คสินค้า และ การส่งสินค้า หรือจะพูดง่าย ๆ ได้ว่า “คุณขายอย่างเดียว” เรื่องงานหลังบ้านปล่อยให้ Fulfillment by SCG Logistics จัดการให้ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ท่านไหนอยากสัมผัสประสบการณ์การขายของออนไลน์แบบมืออาชีพ สามารถติดต่อได้ที่
LINE : @SCGLFULFILLMENT

API or Application programming interface is a tools for e-commerce to increase their efficiency in business both selling and operation

อ้างอิงรูปภาพ และ บทความจาก : cerasis.com, freepik.com,

Share this post