ความคืบหน้าโครงการเพิ่มศักยภาพการขนส่งไปยังท่าเรือแหลมฉบัง

   22 ก.ค. 58 – ท่าเรือแหลมฉบัง ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันออกของประเทศที่สามารถเชื่อมโยงกับทั่วทุกภูมิภาครวยทั้งเป็นประตูการค้าหลักในการขนส่งทางทะเล โดยการท่าเรือแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นองค์กรบริหารท่าเรือโดยรวม ส่วนงานด้านปฏิบัติการมีนโยบายให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน บริหารและประกอบการท่าเทียบเรืออของท่าเรือแหลมฉบัง โดยในปี 2557 ที่ผ่านมาปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือแหลมฉบัง (รวมปริมาณตู้มีสินค้าและตู้เปล่าจากการขขนส่งตู้สินค้าระหว่างประเทศ การขนส่งตู้สินค้าในประเทศ และการขนส่งตู้สินค้าชายฝั่งที่เข้าสู่ระบบ Shift mode ของท่าเรือแหลมฉบัง) อยู่ที่ 6.3 ล้านทีอียู และคาดว่าในปี 2558 จะเพิ่มเป็น 6.615 ล้านทีอียู

   ในส่วนของโครงการเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบังที่กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายจะดำเนินโครงการสำคัญ 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง  โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ เอ) ที่ท่าเรือแหลมฉบัง  และโครงการปรับปรุงถนนเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรโดยรอบและภายในท่าเรือแหลมฉบัง  มีความคืบหน้า ดังนี้  โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบังวงเงิน 2,994 ล้านบาท  นั้น ขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แล้ว ซึ่ง สศช.เสนอแนะให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กลับไปพิจารณาปรับลดอัตราค่าบริการให้ต่ำลง เพื่อให้สามารถแข่งขันกับท่าเรืออื่นๆได้ โดยตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการได้ในปลายปี 2560 โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นการก่อสร้างรถไฟทางคู่ให้สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าความเร็วปานกลางเส้นทางกาญจนบุรี-กทม.-แหลมฉบัง ตามโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย-ญี่ปุ่นด้วยคาดว่าภายใน เดือนสิงหาคมนี้จะสามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอนุมัติโครงการได้ ส่วนโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ เอ) ท่าเรือแหลมฉบัง วงเงิน 1,864 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการในปี 2560 และโครงการปรับปรุงถนนเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรโดยรอบและภายในท่าเรือแหลมฉบังวงเงิน 1,000 ล้านบาทนั้น ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) เพื่อเปิดประกวดราคาต่อไป โดยคาดว่าภายในเดือนธันวาคมนี้ จะเปิดประมูลได้พร้อมๆ กันทั้ง 3 โครงการ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มศักยภาพในการขนส่งสินค้า ไปยังท่าเรือแหลมฉบังได้อีกมาก

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics
อ้างอิงจาก สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย (Thai Federation on Logistics)                   
แผนยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม พ.ศ.  2554 – 2558 (ฉบับปรับปรุง))
รูปภาพจาก คลังสินค้านำเข้า-ส่งออก บมจ. เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์

Share this post