คลังสินค้าอัตโนมัติ..ทางเลือกใหม่ในยุคดิจิตอล

ความท้าทายอย่างหนึ่งที่แต่ละธุรกิจเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ คงจะหนีไม่พ้น “การเป็นองค์กรที่ตอบสนองได้”  โดยต้องตอบสนองต่อพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป (Customer Journey) การแข่งขันในตลาด/เทรนด์ของอุตสาหกรรม ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน (อาทิ ราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เป็นต้น) ตลอดจน การขาดแคลนแรงงานเฉพาะทาง/มืออาชีพ ซึ่งยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในธุรกิจทางด้านโลจิสติกส์  เช่น การขาดแคลนพนักงานขับรถ ที่ในสังคมไทยยังคงยึดติดต่อค่านิยมว่าเป็นอาชีพที่ฐานะทางสังคมไม่เท่ากับอาชีพอื่น

ส่งผลให้แรงงานไทยหันไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่นมากกว่า แรงงานอีกประเภทหนึ่งคือ แรงงานขนถ่ายสินค้า/สำหรับบริหารจัดการในคลังสินค้า ซึ่งต้องมีทักษะและความเข้าใจในลักษณะ/ข้อจำกัดของสินค้าที่จัดเก็บในคลังเป็นอย่างดี ด้วยข้อจำกัดดังกล่าวทำให้แต่ละธุรกิจต่างหากลยุทธ์/ปรับวิธีการดำเนินงาน ในขณะที่ต้องเร่งพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน เพื่อต่อยอดการบริการและริเริ่มประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้กลายเป็น “โซลูชั่น” ที่สามารถสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ปฏิบัติการในอุตสาหกรรมได้ความต้องการบริการซัพพลายเชนจึงมีความซับซ้อนมากขึ้น ความท้าทายจึงตกอยู่กับ “ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์” ที่จะต้องบริหารต้นทุนให้เหมาะสม

“ต้นทุนค่าแรงงานที่สูงขึ้น และจำนวนแรงงานที่ลดลง” ส่งผลให้แนวโน้มของการเติบโตของ “ โซลูชั่น คลังสินค้าอัตโนมัติ ” ในประเทศไทยเป็นที่น่าจับตามอง เพราะสามารถช่วยยกระดับผลิตผลและความมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติการคลังสินค้าได้จากความแม่นยำในการปฏิบัติการในระดับสูง ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ และทำให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่คลังสินค้าได้มากขึ้น จึงช่วยลดต้นทุนอันเกิดจากความผิดพลาดในการปฏิบัติงานและการลงทุนในการสร้าง/จัดหาคลังสินค้าเพิ่มเติมอีกด้วย นอกจากนี้ “ความแม่นยำและความสามารถในการติดตามตรวจสอบข้อมูลการบริหารคลัง” เป็นสิ่งสำคัญในการปฏิบัติการซัพพลายเชน ที่ต้องอาศัยข้อมูลสารสนเทศในการวิเคราะห์และวางแผนการผลิต/สั่งซื้อสินค้าให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที เช่น หากข้อมูลสินค้าคงคลังไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง (มากเกินไป/น้อยเกินไป) อาจทำให้เกิดภาวะสินค้าล้นคลัง/สินค้าขาดสต็อคได้  ซึ่งนั่นหมายถึง การเกิดขึ้นของต้นทุนส่วนเพิ่ม และต้นทุนจากการเสียโอกาสทางการขาย เป็นต้น

ตัวอย่างโซลูชั่น คลังสินค้าอัตโนมัติ ได้แก่ คลังสินค้าที่บริหารงานด้วย Automatic Storage and Retrieval System (ASRS) ซึ่งเป็นระบบระบบการจัดเก็บและเรียกคืนวัสดุอัตโนมัติที่ใช้อุปกรณ์จัดเก็บ SRM (Storage and Retrieval Machine) และควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งระบบ ระบบ ASRS สามารถช่วยบริหารจัดการคลังสินค้าในด้านต่างๆ กล่าวคือ สามารถรับและจัดเก็บสินค้าได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ลดระยะเวลาในการทำงานและจำนวนบุคลากรได้ โดยสามารถiระบุการจัดเก็บสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมด้วย ระบบ ASRS ยังช่วยป้องกันความเสียหายของสินค้า โดยการตรวจสอบขนาดของสินค้าอัตโนมัติก่อนจัดวางและช่วยให้การจัดเรียงสินค้าเป็นระเบียบมากขึ้น  อีกทั้งยังสามารถเบิกจ่ายสินค้าแบบ First in First out ได้ นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องความปลอดภัยของสินค้า ลดปัญหาสินค้าสูญหาย/โจรกรรม และสามารถตรวจนับสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำ

ตัวอย่างบริษัทที่ประยุกต์ใช้ “คลังสินค้าอัตโนมัติ” ได้แก่ ขอนแก่นแหอวน จำกัด (KKF) ผู้ผลิตและจำหน่ายตาข่ายและอุปกรณ์การประมง การเกษตร ตลอดจนอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งจะต้องบริหารจัดการสินค้าหลาย SKU (Stock Keeping Unit) ทำให้ใช้เวลามากในการค้นหาสินค้าและใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการจัดเก็บ จึงได้พัฒนา “Automated Warehouse” ผนวกกับองค์ความรู้ภายในบริษัทในการบริหารคลังสินค้า ทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันมีหลายบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศที่ผันตัวเองมาเป็นผู้ให้บริการในธุรกิจ Automated Warehouse  และถึงแม้ว่าโซลูชั่นดังกล่าว จะสามารถทดแทนปัญหาการขาดแคลนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานได้อย่างมาก แต่หากธุรกิจใดต้องการนำมาประยุกต์ใช้ ดังเช่น บริษัท ขอนแก่น    แหอวน จำกัด จะต้องประเมินปัญหาของตนเองทั้งปัจจุบัน อนาคตและต้องมี “วิสัยทัศน์ที่มองธุรกิจในระยะยาว และมองไปถึงการพัฒนา Core Competency ด้านอื่นๆให้กับธุรกิจด้วย” ซึ่งการพัฒนา “โซลูชั่นคลังสินอัตโนมัติ” ใช้ภายในบริษัท ถือเป็นการพัฒนาศักยภาพจากภายในอีกทางหนึ่งนั่นเอง 

อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า การพัฒนาธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนา Core Competency ของตนเอง ควบคู่กับการประเมินสถานการณ์ตลาด หลายบริษัทสามารถเติบโตได้ดีเพราะมี Core Competency ที่ชัดเจน ขณะเดียวกันการพัฒนา competency ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในแต่ละยุคสมัย ทำให้ competency ขยายมากขึ้นจากเดิมและแตกไลน์ธุรกิจได้มากขึ้น ดังตัวอย่างของบริษัท แหอวน ที่เริ่มจากผลิตแหอวน ก็พัฒนาสู่ automated warehouse และยังคงต่อยอดการลงทุนในกลุ่มธุรกิจอื่นๆอีกด้วย แล้วบริษัทคุณละ?? มีการพัฒนา Competency ของตัวเองหรือยัง??  และอย่าลืมสร้างแรงบันดาลใจในการหา Market Opportunity ใหม่ๆด้วย เชื่อว่า ความสำเร็จจะเป็นของผู้มีความพยายามอย่างแน่นอน

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics
อ้างอิงจาก  supplychaindigital.com/magazine

Share this post