ข้อมูลนั้น สำคัญไฉนในธุรกิจ!??

คงไม่แปลกใจที่ทุกวันนี้ มีแต่คนพูดถึง “Big Data Analysis”; นิยามง่ายๆของ Big Data ก็คือ เซ็ตของข้อมูลขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนเกินกว่าที่โปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นแบบดั้งเดิม จะสามารถวิเคราะห์ผลได้; เพราะความสามารถในการเข้าถึง วิเคราะห์และจัดการกับข้อมูลของธุรกิจที่มีความหลากหลายอย่างมหาศาลจะช่วยผู้บริหารมีข้อมูลที่จะนำไปใช้พัฒนากลยุทธ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถพัฒนาโครงสร้างของข้อมูล ที่มีความสำคัญต่อการจัดการและการพัฒนาประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ประสบการณ์อันดีของลูกค้า และความแตกต่างที่เหนือกว่าคู่แข่งได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นเป็นหัวใจของความสำเร็จของธุรกิจด้วย

การคาดการณ์ความต้องการและการวางแผนเส้นทางในการขนส่งสินค้าอย่างเหมาะสม (Transportation Optimization) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโลจิสติกส์ รวมถึงเพิ่มผลกำไรให้กับองค์กร แต่เนื่องจากในปัจจุบัน โลจิสติกส์และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) รวมถึงเครือข่ายการขนส่งมีขนาดใหญ่ขึ้นซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ต้องมีการจัดการกับข้อมูล Big Data ที่ดีขึ้น โดยในปัจจุบัน แหล่งข้อมูลของ Big Data ประกอบด้วย

  • ข้อมูลทั่วไปที่จัดเก็บโดยหน่วยงานขององค์กร
  • ข้อมูลการจราจร/สภาพอากาศ ผ่านการติดตั้งเซนเซอร์/เครื่องติดตาม/ระบบพยากรณ์
  • การวินิจฉัยยานพาหนะ รูปแบบการขับขี่ และ ข้อมูลด้านสถานที่ตั้งต่างๆ 
  • ข้อมูลการพยากรณ์ด้านการเงินของธุรกิจ
  • ข้อมูลการตอบสนองต่อสื่อโฆษณา 
  • ข้อมูลการเข้าถึงและรูปแบบการใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ 
  • ข้อมูลจาก social media

จะเห็นได้ว่ามีแหล่งของข้อมูลมากมายที่เราจะต้องทำการเก็บข้อมูลในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่า อัตราการเกิดขึ้นของข้อมูล พุ่งสูงขึ้นเกินกว่าอัตราการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์เชิงธุรกิจขององค์กรที่ต้องการข้อมูลเหล่านั้น การวิเคราะห์เชิงธุรกิจจึงต้องการข้อมูลที่สามารถนำเข้าสู่ระบบได้อย่างรวดเร็ว จัดเก็บได้เป็นเวลานาน และ สามารถวิเคราะห์ผลได้ทันที ซึ่ง Big Data Solutions สามารถช่วยให้บริษัทโลจิสติกส์ หรือ บริษัทขนส่งเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ บริษัทจึงควรที่จะให้ความสำคัญกับการบริหารโลจิสติกส์ การบริหารห่วงโซ่อุปทาน เครื่องมือในการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและพฤติกรรมของผู้บริโภค การ Optimize กระบวนการทำงาน และ การสร้าง Solution ที่เหนือกว่า ผ่านการพัฒนาระบบจัดการข้อมูล Big Data เพื่อที่ธุรกิจจะสามารถได้รับประโยชน์ และ มีความคล่องตัวมากขึ้นอีกด้วย

พัฒนาลูกค้า คู่ธุรกิจ และ ระดับการให้บริการ 
ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ต่างให้ความสำคัญต่อการสร้างความแตกต่าง โดยทำให้เกิดความน่าเชื่อถือด้านบริการ เพราะในปัจจุบัน การขนส่ง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน ความท้าทายกลายเป็นเรื่องของเวลาในการจัดส่ง ที่จะต้องมีความแน่นอน อีกทั้งพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยและมีกระบวนการทำงานที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งทำให้ธุรกิจขนส่งจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการพยากรณ์ความต้องการ การเลือกยานพาหนะขนส่ง จำนวนพนักงาน และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ดังนั้น Predictive Analytics จึงมีบทบาทสำคัญในการรับประกันว่าแผนการดำเนินงานที่วางไว้ได้ผ่านการคิด วิเคราะห์ตามหลักเหตุและผลอย่างถี่ถ้วนแล้ว

พัฒนาประสิทธิภาพของการดำเนินงาน 
Predictive analytics ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการจัดการ Big Data ซึ่งปกติแล้ว จะใช้กับการบริหารคลังสินค้า แต่ในปัจจุบัน ได้ขยายไปยังส่วนอื่นด้วย เช่น ใช้ในการ Optimize เส้นทางการเดินรถ เพราะเส้นทางการเดินรถนั้น ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการได้มาซึ่งต้นทุนการจัดส่งสินค้าที่ถูกที่สุด และเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจ ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถที่จะละเลยความท้าทายอื่นๆ รวมถึงประเด็นด้านความปลอดภัย ดังนั้น Predictive analytics จึงเป็นเสมือน solutions ที่ใช้ร่วมกับ Big Data เพื่อนำมาซึ่ง practice ที่สามารถทำได้จริง และส่งผลให้เกิดความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ความเข้าใจลูกค้า และ ลดต้นทุนของธุรกิจได้

Business Cases
หากโครงสร้างของข้อมูลมีความหลากหลายและมีจำนวนมากพอ บริษัทขนส่งสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อหา Solution ที่เหมาะสม ในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

  1. การวางแผนความต้องการที่แม่นยำ: นักวิเคราะห์/วางแผนด้านทรัพยากร จำเป็นจะต้องพยากรณ์ความต้องการของธุรกิจในอนาคตที่แม่นยำ เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทมีทรัพยากรและพนักงานที่เหมาะสม ถูกที่ ถูกเวลา ที่จะสามารถส่งมอบสินค้าหรือบริการได้ตามที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังต้องช่วยตรวจดูความถูกต้องของสินค้าของศูนย์กระจายสินค้า หรือ คลังสินค้าด้วย
  2. การ Optimize เส้นทาง : สิ่งสำคัญที่นำไปสู่การส่งสินค้าตรงเวลา และ การขนส่งสินค้าให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คือ จำนวนผู้ปฏิบัติงานที่เหมาะสมและการวางเส้นทางการเดินทางของอุปกรณ์ที่เหมาะสม บริษัทรถขนส่ง หรือแม้แต่สายการบิน ต้องมีความเข้าใจผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป การเชื่อมต่อที่ขัดข้อง ชั่วโมงทำงานที่จำกัดของผู้ปฏิบัติงาน ตารางการซ่อมบำรุง และปัจจัยอื่นๆ ทำให้ระบบเซ็นเซอร์กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญ ประกอบกับ โปรแกรมเทเลเมติกส์ (Telematics) ได้ถูกนำไปใช้เพื่อหาโอกาสทางการเงินใหม่  เช่น เราสามารถลดสัดส่วนเบี้ยประกันจากการวิเคราะห์ความเสี่ยงโดยอ้างอิงจากข้อมูลสถิติจริงแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้เรายังใช้การวางแผนเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการให้บริการที่อ้างถึงตำแหน่งที่ตั้งของลูกค้า เป็นต้น
  3. สนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจของลูกค้า: ธุรกิจจะต้องสามารบริการลูกค้า โดยสามารถส่งมอบสินค้าหรือ บริการ ได้ตรงตามข้อตกลง (Service Level Agreement) ที่ทำร่ววมกับลูกค้า หรือเรียกว่า ต้องเป็น Partner ใน Supply Chain ไม่ว่าลูกค้าต้องการขยายธุรกิจในทางใด จะต้องสามารถตอบสนองลูกค้าได้ทันที 
  4. การวิเคราะห์ความเสี่ยง: บริษัทโลจิสติกส์ต้องมีความเข้าใจในความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับในการให้บริการ เช่น การสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นเกิดขึ้นกับสินค้าเมื่อมีความล่าช้าในการส่งมอบ หรือจากผลกระทบด้านอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป/สินค้าได้รับการดูแลที่ผิดวิธี หรือแม้แต่การวิเคราะห์ความเสี่ยงของพาหนะหรือคนขับรถ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากเซนเซอร์และข้อมูลทางภูมิศาสตร์

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความท้าทายทางธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ในด้านการโลจิสติกส์ ที่แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ อันเนื่องมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่องค์กรมี/จากระบบต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อวิเคราะห์ได้ดี มีความแม่นยำ การวางแผนการดำเนินงานจะแม่นยำและง่ายต่อการวัดผล และการปรับเปลี่ยนวิธีการได้เหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้นด้วย 

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน) กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics
อ้างอิงและรูปภาพจาก  linkedin.com, forbes.com, cw.iabc.com

Share this post