การลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตอนที่ 2

จากบทความครั้งที่แล้วได้กล่าวถึงเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 1 ตามประกาศ กนพ.ที่ 1/2558 โดยมีขอบเขตของพื้นที่ที่เกี่ยวข้องใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย ตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด และสงขลา เพื่อให้ผู้ประกอบการ/นักลงทุนได้เข้าใจและเห็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจต่างๆ บทความนี้ขอให้ข้อมูลเพิ่มสำหรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 ตามประกาศ กนพ. ที่ 2/2558 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ใน 5 จังหวัด ดังนี้

1.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย 

“ฐานการท่องเที่ยว แหล่งผลิตอาหาร สินค้าเกษตร ศูนย์กลางการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ” ครอบคลุมพื้นที่ 21 ตำบลที่ติดชายแดนใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย 

ศักยภาพและโอกาส : ตั้งอยู่บนแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) ซึ่งสามารถไปทางเหนือเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้ (มณฑลยูนนาน) ได้ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยทางบกอาศัย 2 เส้นทาง คือ ถนน R3A (ผ่านด่านเชียงของ และ สปป.ลาว) และ R3B (ผ่านด่านแม่สายและเมียนมา) ส่วนทางน้ำอาศัยแม่น้ำโขงผ่านท่าเรือเชียงแสน นอกจากนี้ สามารถเชื่อมโยงลงมาทางใต้สู่ท่าเรือแหลมฉบังเพื่อส่งออกทางทะเลไปยังภูมิภาคอื่นได้ ดังนั้น เชียงรายจึงมีศักยภาพในการให้บริการด้านโลจิสติกส์แก่จีนตอนใต้และพื้นที่ตอนบนของเมียนมาและสปป.ลาว มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมในพื้นที่ เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรและอาหาร เครื่องเรือน แปรรูปไม้เป็นต้น

กิจกรรมที่มีศักยภาพ :
1. แม่สาย : พัฒนาด่านชายแดนรองรับการค้า การท่องเที่ยว เตรียมพื้นที่จัดตตั้งโรงแรม ศูนย์การประชุม ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์ขนส่งมวลชน และศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว 
2. เชียงแสน : เขตการค้าเสรี เขตปลอดภาษีอากร เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีการเตรียมพื้นที่จัดตั้งท่าเรือ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายและคลังสินค้าพาณิชยกรรม สำนักงานและศุลกากร
3. เชียงของ : การค้า การท่องเที่ยว ศูนย์ขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ เตรียมพื้นที่ศูนย์โลจิสติกส์ พาณิชยกรรม สำนักงานการค้าและศุลกากร

2.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย

“การค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ” ครอบคลุมพื้นที่ 13 ตำบลใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองหนองคาย และอำเภอสระใคร 

ศักยภาพและโอกาส : เป็นช่องทางการค้าชายแดนไทยกับ สปป.ลาวที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุด อยู่ใกล้สนามบินอุดรธานี และยังสามารถเชื่อมโยงกับเวียงจันทร์ (ลาว) ประมาณ 26 กม. ได้ทั้งทางถนนและรถไฟซึ่งเชื่อมโยงต่อเนื่องลงมาถึงกรุงเทพฯ ดังนั้น หนองคายจึงมีโครงข่ายการขนส่งทั้งทางถนน รถไฟและทางอากาศ ซึ่งช่วยสนับสนุนการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ การพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจเชื่อมโยงระหว่างหนองคายกับ สปป.ลาว (เวียงจันทร์และหลวงพระบาง) และกรุงเทพฯ นอกจากนั้นความเป็นเมืองน่าอยู่ของหนองคายจะสามารถพัฒนาเป็นที่พักอาศัยของนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติได้

กิจกรรมที่มีศักยภาพ : การค้าระหว่างประเทศ ท่องเที่ยว การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ และใช้ประโยชน์ที่ดินจัดตั้พื้นที่ศูนย์โลจิสติกส์ พาณชิยกรรมและส่วนราชการต่างๆ

3.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนครพนม 

“ธุรกิจการค้าชายแดนและพื้นที่บริการโลจิสติกส์” ครอบคลุมพื้นที่ 13 ตำบลใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครพนมและอำเภอท่าอุเทน

1. เป็นช่องทางการค้าผ่านแดนไปยังเวียดนามและจีนตอนใต้ (มณฑลกว่างสี) ที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศ และมีศักยภาพที่จะเป็นช่อทางการขนส่งไปยังประเทศแถบตะวันออกไกล (ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน) โดยผ่านท่าเรือหวุ๋งอ๋างในเวียดนาม
2. สนามบินนครพนม และเส้นทางรถไฟสายบ้านไผ่ (ขอนแก่น) –มหาสารคาม-มุกดาหาร-นครพนม ซึ่งมีแผนในการพัฒนาจะทำให้นครพนมมีเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟสายหลักของประเทศ เพื่อขยายกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ทั้งในและระหว่างประเทศ 
3. เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ซึ่งสามารถสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และมีทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขงที่สวนงานเหมาะแก่การพัฒนาการท่องเที่ยวและที่อยู่อาศัยของนักลงทุนไทยและต่างชาติ
กิจกรรมที่มีศักยภาพ :  ธุรกิจการค้าชายแดนและพื้นที่บริการโลจิสติกส์ขนส่งสินค้า และการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเป็นเขตพาณิชยกรรมและการค้าชายแดน เช่น ร้านค้าปลอดภาษี คลังสินค้า ศูนย์ประชุม โรงแรม และศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว

4.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดกาญจนบุรี 

“นิคมอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การเกษตรและการค้าผ่านแดน” ครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบล ในอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้แก่ ตำบลแก่งเสี้ยนและตำบลบ้านเก่า 

ศักยภาพและโอกาส :
1. สามารถพัฒนาเป็นฐานเศรษฐกิจโดยอาศัยที่ตั้งซึ่งอยู่บนแนวเชื่อมโยงระหว่างเขตเศรษฐกิจทวาย (เมียนมา)-พื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Seaboard) ดังนั้น จึงสามารถขนส่งสินค้าออกทางทะเลได้ทั้งทางเรือทวายไปสู่ประเทศแถบมหาสมุทรอินดีย ตะวันออกกลางและยุโรป และท่าเรือแหลมฉบังไปสู่ประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิค
2. มีแผนที่จะก่อสร้างทางหลวงพิเศษเชื่อมโยงระหว่างบางใหญ่ (นนทบุรี)-พื้นที่ชายแดนกาญจนบุรี เพื่อรองรับการเชื่อมโยงระหว่างเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรีกับกรุงเทพฯและปริมณฑล นอกจากนั้น อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์และยานยนต์ที่มีในพื้นที่ มีโอกาสที่จะพัฒนให้เกิด ห่วงโซ่มูลค่า โดยอาศัยความได้เปรียบของประตูทางออกทางทะเลทั้งสองฝั่งมหาสมุทร และแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน
กิจกรรมที่มีศักยภาพ :  นิคมอุตสาหกรรมซึ่งเชื่อมโยงกับทวาย (อุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้น อุตสาหกรรมสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์  อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และอุตสาหกรรมพลาสติก)  การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การเกษตรและการค้าผ่านแดน และใช้ประโยชน์ที่ดินในเชิงอุตสาหกรรมและคลังสินค้าพาณิชยกรรม

5.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนราธิวาส 

“การค้าชายแดน อุตสาหกรรมอาหารและการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ” ประกอบด้วย 5 ตำบล ใน 5 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอตากใบ อำเภอยี่งอ อำเภอแว้ง และอำเภอสุไหงโก-ลก

ศักยภาพและโอกาส :
1. มีจุดผ่านแดนเชื่อมโยงกับมาเลเซีย 3 แห่ง ได้แก่ สุไหงโก-ลก ตากใบ และบูเก๊ะตา ซึ่งรองรับการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวระหว่างไทย-มาเลเซีย และมีสนามบินนราธิวาสซึ่งสามารถให้บริการด้านการขนส่งปละการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุนทั้งในไทยและมาเลเซียในบริเวญชายแดนเชื่อมโยงเข้าสู่เมืองหลักต่างๆของไทย
2. สุไหงโก-ลก (นราธิวาส) ยังเป็นปลายทางสุดท้ายของเส้นทางรถไฟสายใต้ กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ซึ่งมีทางรถไฟเชื่อมต่อกับทางรถไฟในมาเลเซีย (รัฐกลันตัน) เข้าสู่มาเลเซีย ดังนั้นในอนาคตจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจของนราธิวาสได้ 
3. มีวัตถุดิบที่จะสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และจุดเด่นด้านวัฒนธรรมที่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลได้ 
กิจกรรมที่มีศักยภาพ :  การค้าชายแดน อุตสาหกรรมอาหารและการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ใช้ประโยชน์ที่ดินรองรับอุตสาหกรรม ศูนย์โลจิสติกส์ พาณชิยกรรม ศูนย์ศึกษาวิจัย อุตสาหกรรมฮาลาล และจัดตั้งเขตเศรษฐกิจบริเวณพื้นที่ระหว่างอำเภอเมืองนราธิวาสและด่านตากใบ เชื่อมเส้นทางรถไฟไปกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

โดยกิจกรรมที่เข้าไปลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่นมาตรการสนับสนุนด้านภาษี การอำนวยความสะดวกของหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น โดยหากอยู่ในประเภทกิจการที่กำหนดก็จะได้รับสิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากร ได้แก่ มาตรการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มาตรการของกระทรวงการคลัง สำหรับกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการของกรมสรรพากร กระทรวงการคลังได้ โดยมาตรการของกระทรวงการคลังจะให้สิทธิลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 10 เป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชี สำหรับกิจการที่จัดตั้งขึ้นใหม่หรือการขยายอาคารถาวรที่ใช้ในการประกอบกิจการ สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้าเพื่อทดแทนการนำเข้าหรือเพื่อการส่งออกเป็นหลัก และการผลิตสินค้าที่มีแนวโน้มจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน หรือรายได้ที่เกิดจากการให้บริการและมีการใช้บริการนั้นในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และยังมีมาตรการสนับสนุนอื่นๆจากภาครัฐ เช่น สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายทั้งผู้ชำนาญและแรงงานต่างด้านไร้ฝีมือได้ เป็นต้น  

นอกจากนี้ รัฐบาลจะลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (ถนน สะพาน ทางรถไฟ ท่าเรือ ท่าอากาศยาน)และด่านศุลกากรตลอดจนสาธารณูปโภค(ไฟฟ้า ประปาและชลประทาน)ในปี2558และปี2559  ในพื้นที่เป้าหมายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรกทั้ง 5 พื้นที่ 6 ด่าน คือ พื้นที่ชายแดนที่จังหวัดตาก สะรแก้ว ตราด มุกดาหาร และสงขลา(สะเดาและปาดัง-เบซาร์) ด้วยวงเงินถึง 10,000 ล้านบาท  ทั้งนี้ ในทุกเขตเศรษฐกิจพิเศษจะมี ศูนย์บริการเบ็ดเตล็ดด้านการลงทุน (One Stop Service :OSS) ที่จัดตั้งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกนักลงทุนในลักษณะเชิงรุก เน้นการให้บริการด้านการค้าการลงทุนรวมถึงด้านแรงงานสาธารณสุขและความมั่นคง ที่รวดเร็วและครบวงจร นักลงทุนสามารถติดต่อหลายหน่วยงานได้ในที่เดียว เป็นศูนย์ให้บริการเบ็ดเสร็จในการให้ข้อมูลและประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยื่นขอใบอนุญาตต่างๆอีกด้วย

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงจาก  คู่มือการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ สำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน   

รูปภาพจาก Thai Chamber of commerce 

Share this post