กอนโดลาลอยฟ้า ทางออกของการจราจรติดขัด!!

     การเริ่มต้นชีวิตในแต่ละวันของคนเมืองย่อมหนีไม่พ้น “การเดินทาง” ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปทำงาน การรับ/ส่งลูกหลานไปโรงเรียน หรือการเดินทางเพื่อจับจ่ายอาหาร/ของใช้ที่จำเป็นเพื่อดูแลครอบครัวคนที่เรารักและห่วงใย  ชีวิตจะดีขึ้นหากการเดินทางในแต่ละครั้งเรียบง่ายและสะดวกสบาย; The easier commuting, the higher your quality of life is; การติดอยู่ในการจราจรคับคั่งไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะทำให้เกิดความเครียดและนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม/เลวร้าย/รุนแรงในบางคนบางครั้ง

     ปี 2557 บริษัท Castrol Magnatec ผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นระดับพรีเมียมสำหรับลูกค้าในแวดวงอุตสาหกรรมต่างๆกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สหราชอาณาจักร ได้ศึกษาและจัดทำรายงาน 10 อันดับเมืองที่การจราจรแย่ที่สุดในโลกไว้ และหนึ่งในนั้นคือ เม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 3 ของโลก (หมายเหตุ : กรุงเทพมหานครติดอันดับ 8 ของโลก)

     แม้เม็กซิโก ซิตี้ จะติดอันดับ 3 ของโลก แต่ความคิดและแผนงานที่ยอดเยี่ยมในการแก้ไขปัญหาการจราจรยอดแย่เหล่านั้นก็เกิดขึ้นด้วย “ระบบการขนส่งลอยฟ้าแบบ2ที่นั่ง” ที่ทั้งสนุกและราคาย่อมเยา ภายใต้โครงการชื่อ “Gondolas Project” ซึ่งก็คือ ตู้    เคบินที่ใช้เป็นลิฟต์ขนส่งผู้เล่นสกีที่เราเห็นได้ตามทั่วไป ซึ่งตู้เคบินนี้จะขนส่งผู้โดยสารพาดผ่านการจราจรอันคับคั่งด้วยความเร็วที่ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเส้นทางที่กำหนดไว้ในระยะประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่า “Monorail 2-passenger Gondolas” นี้จะสามารถขนส่งผู้โดยสารได้ถึง 37 ล้านคนต่อปี และจะมากถึง 200 ล้านคนถ้าเส้นทางถูกขยายเป็น 15 กิโลเมตร (เมื่อเทียบกับการโดยสารด้วยรถไฟใต้ดินที่สามารถขนส่งได้ 290 ล้านคนต่อปี)

     เทคโนโลยีที่ใช้สร้างการขนส่งลอยฟ้าดังกล่าวได้มีมานานแล้วและมีการนำไปใช้ในหลายประเทศทั่วโลก โดยถือเป็นการขนส่งขนาดกลางที่ใช้เดินทางในระยะทางสั้นไม่เกิน 5 กิโลเมตร ที่ระบบขนส่งมวลชนหลักไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ถึงกระนั้น การไม่มีโปรโมชั่นและการผลักดันทางด้านข้อมูลที่ถูกต้องทำให้เทคโนโลยีนี้ไม่ได้กลายเป็นทางเลือกในการขนส่งมากนัก แม้ว่าข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดเจน เช่น ราคาที่ถูกกว่าการโดยสารด้วยรถไฟใต้ดิน/รถไฟฟ้า ขั้นตอนการสร้างที่ง่ายกว่า ไม่ต้องขุดอุโมงค์และยังสามารถสร้างได้ในพื้นที่ที่จำกัดและสภาพภูมิประเทศแบบภูเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถสร้างการขนส่งโหมดอื่นได้ ต้นทุนที่ถูกลงสามารถเปรียบเทียบได้จากการสร้าง 1 กิโลเมตร นั้น ระบบ “Gondola” จะมีต้นทุนอยู่ที่ 9-19 ล้านเหรียญดอลล่าร์ ในขณะที่รถไฟใต้ดิน/รถไฟฟ้าจะสูงถึง 190 ล้านเหรียญดอลล่าร์ (10เท่าตัว) และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของ Gondola ยังถูกกว่าอีกด้วย

     เงินลงทุนในการก่อสร้างเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทั้งภาครัฐและเอกชนนำมาพิจารณา เพราะมองที่โอกาสที่เกิดขึ้นมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น การหยุดชะงักจากการก่อสร้างที่น้อยลง การใช้พื้นที่ในการก่อสร้างที่น้อยกว่า ประโยชน์จากต้นทุนในการก่อสร้างที่ลดลงกว่า 10 เท่า การ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการประมูลให้การขนส่งโหมดนี้เป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการขนส่งมวลชนด้วย เมืองต่างๆ เช่น ริโอเดอจาเนโร เมเดยิน (ประเทศโคลอมเบีย) และ การากัส (ประเทศเวเนซุเอลา) ได้ตัดสินใจให้ดำเนินโครงการแบบนี้และประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งทำให้ทุกคนมีความสุขกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และชุมชนท้องถิ่น

     ระบบการขนส่งดังกล่าวเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีประชากรจำนวนมากที่ต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เพราะการขนส่งดังกล่าวใช้พลังงานในการดำเนินการน้อยกว่าโหมดอื่นๆ อย่างเช่น เมืองเมเดยิน ที่มีการใช้การขนส่งมวลชนลอยฟ้า หรือMedellin Metrocable System เชื่อมต่อเมืองเมเดยินกับเมืองที่ห่างไกลและกันดารต่างๆ อย่างประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัล “เมืองแห่งนวัตกรรมประจำปี 2013” จาก Urban Land Institute เป็นต้น ดูเหมือนว่าการขนส่งแบบลอยฟ้านี้ จะมีแต่ข้อดีที่น่าสนใจ แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่ “มนุษย์” ทุกคนต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆก็คือ “ความปลอดภัย”  แน่นอนว่า “Gondolas Project” ได้คำนึงถึงจุดนี้แล้ว, โดย Steven Dale ผู้ก่อตั้งโครงการนี้ได้ใช้ “The Fun Theory” ตอบโจทย์ดังกล่าว

     The Fun Theory – ผู้ผลิตรถยนต์ต่างทราบกันดีว่า “ความสนุก” นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ที่ดีขึ้น ดังนั้น ความสนุกจึงเป็นคำตอบของการขนส่งมวลชนสาธารณะลอยฟ้า เพราะความสนุกสามารถขับไล่ความกลัวได้ และความกลัวในโครงการ Gondolas นั้นมีได้หลายสาเหตุ กลัวความสูง กลัวภัยธรรมชาติ และรวมถึงกลัวความไม่ปลอดภัย แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ความกล้วเหล่านั้นจะหายไปได้ เมื่อมีการสื่อสารที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอและในระยะเวลาหนึ่ง  ตัวอย่างหนึ่งที่พิสูจน์ว่า “The Fun Theory” เป็นจริง ได้แก่ “The Piano Stairs” ที่บรรไดของรถไฟใต้ดินถูกติดตั้งด้วยเสียงเปียโนเมื่อมีคนเดินบนขั้นบรรไดแต่ละขั้น เพื่อให้ผู้คนเปลี่ยนมาใช้บรรไดแทนการใช้บรรไดเลื่อน  ผลที่เกิดขึ้นคือ 66% ของผู้คนทั่วไปจะเปลี่ยนมาใช้บรรไดและสนุกกับการขึ้นบรรไดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ผู้คนจะไม่รับรู้ถึงความสนุกจากการบอกเล่า แต่พวกเขาจะต้องมีประสบการณ์กับความสนุกนั้นเองจึงจะรับรู้ถึงความสนุกอย่างแท้จริง

Gondolas Project แห่งเม็กซิโก้ ซิตี้จึงต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้การขนส่งมวลชนลอยฟ้าเป็นทางเลือกใหม่ ที่นอกจากจะประหยัดทรัพยากรธรรมาชาติทางด้านเชื้อเพลิง อนุรักษ์ธรรมชาติโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างบนพื้นที่จำกัด/พื้นที่ห่างไกลกันดาร/ภูมิประเทศเป็นทิวเขายากเข็ญ และยังเป็นขนส่งมลชนที่ “สนุก” ตอบโจทย์พฤติกรรมของมนุษย์ได้อย่างดี และนี่ก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่งของทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องช่วยกันสร้างให้ความฝันลอยฟ้า เป็นทางเลือกในการขนส่งอย่างปลอดภัย ถาวรและยั่งยืนต่อไป

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพ qz.com, gondolaproject.com, thefuntheory.com, edition.cnn.com, designindaba.com

Share this post